
ท่ามกลางความสัมพันธ์ไทย-จีนที่ก้าวสู่ปีที่ 50 การทูตในวันนี้ไม่ได้มีเพียงบทบาทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน “คุณกาจฐิติ วิวัธวานนท์” กงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว ถ่ายทอดมุมมองจากการทำงานในจีน ตั้งแต่ความประทับใจที่ทำให้กวางโจวกลายเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ไปจนถึงบทบาทในการผลักดันความร่วมมือระหว่าง EEC กับนครจูไห่ เพื่อดึงดูดการลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต SAPM Talk Ep.7 ชวนเปิดใจถึงวิสัยทัศน์การเชื่อมโยงไทย-จีน ผ่านนวัตกรรม เมืองอัจฉริยะ และความร่วมมือที่จะต่อยอดการเติบโตของทั้ง 2 ประเทศในอนาคต
โดย นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว กล่าวว่า โมเมนต์ไหนที่รู้สึกประทับใจมากที่สุด ณ นครกวางโจวคือประทับใจในเรื่องของอาหาร เพราะเป็นความประทับใจที่เราสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นความสดของอาหารและรสชาติที่เราสัมผัสได้เอง ส่วนโมเมนต์ที่รู้สึกเหมือนอยู่ที่ประเทศไทยนั้น ไม่ได้ประทับใจแค่เรื่องบรรยากาศอย่างเดียว อากาศเป็นส่วนหนึ่งที่คนที่มาท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ แต่คนที่อาศัยอยู่ยาวอย่างตนนั้นทำให้รู้สึกว่าที่นี่เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 โดยเป็นสายสัมพันธ์ที่กระชับกันมาอย่างยาวนานทำให้เราไม่ได้มีความรู้สึกแปลกแยกว่าเรามาอยู่ต่างประเทศ แต่ทำให้รู้สึกเหมือนบ้านตนเอง
การเซ็น MOU ระหว่าง EEC และ Zhu Hai
แรงผลักดันที่สำคัญลำดับแรกคือความน่าสนใจของ EEC ที่ดึงดูดการลงทุน และคิดว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ การที่ EEC มีโปรเจกต์ใหม่ซึ่งแตกต่างจากการขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเดิม ๆ คือการมาสร้างเมืองใหม่ในลักษณะที่เป็น EEC City ซึ่งเน้นถึงการเป็น Net zero emissions หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ คือการที่ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีความสมดุล เท่ากับก๊าซเรือนกระจกที่ถูกดูดซับออกจากชั้นบรรยากาศ ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญที่เป็นการสร้างเมืองใหม่ ซึ่งคนจีนเองก็ไม่เข้าใจว่าสร้างเมืองใหม่คืออะไร ตนก็อธิบายไปว่าจะมาสร้างเซินเจิ้น 2 ใน EEC ซึ่งเซินเจิ้นเองก็มีนวัตกรรมและมีสมาร์ทซิตี้ในรูปแบบใหม่ที่ดี
เป้าหมายประเทศมหาอำนาจที่จะให้มาลงทุน EEC
EECแบ่งออกเป็น 2 โครงการ 1.นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ EEC ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ไทยจีนเองมีความสนใจและน่าลงทุนและมีที่เปิดในการลงทุนได้ ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักลงทุนมาลงทุนได้ 2.ในส่วนของเมืองใหม่ที่จะเป็นโครงการที่ 2 คงจะต้องให้รอมีการประมูลถึงจะรับทราบได้ว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่หลังจากนั้นค่อยมีกระบวนการ ในการเริ่มการลงทุนใน EEC เมืองใหม่ด้วย อย่างไรก็ตามลงทุนได้ลงทุนได้ทันทีเลยก็คงอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม แต่ถ้าหากลงทุนเป็นเมืองใหม่คงต้องรอหลังประมูลเสร็จคุณจะมีความชัดเจนมากขึ้น
ความร่วมมือระหว่าง EEC และ มณฑลกวางตุ้ง
ในอดีตความสัมพันธ์ระหว่างเราและกวางตุ้ง เป็นในเรื่องของความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่มีความใกล้ชิดกัน ซึ่งเราก็เพิ่งมีมีการฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์การทูตไทยจีน โดยเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ 50 ปีทางสายเลือดจะนำไปสู่อีก 50 ปีต่อไป ในการที่จะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และเป็นแนวทางที่อยากจะผลัดกันในส่วนของอุตสาหกรรมในอนาคตเองที่ทางกวางตุ้งมีคือ Low-Altitude Economy หรือ เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ คืออุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตของมณฑลกวางตุ้งและคิดว่าอุตสาหกรรมนี้จะเป็นตัวอย่างที่จะสามารถเชื่อมโยงทางได้ซัพพลายเชนและนวัตกรรมของจีนมาต่อยอดอย่างต่อเนื่องในไทยได้
สิ่งที่เราผลักดันมากขึ้นก็คือความร่วมมือทางการแพทย์และคิดว่ามณฑลกวางตุ้งเอง มีความเข้มแข็งในเรื่องของไบโอเทค หรือ Biotech คือเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานความร่วมมืออุตสาหกรรมในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์และการอาหารและพลังงานทางเลือกต่าง ๆ ซึ่งจะนำมาต่อยอดความร่วมมือกัน สนับสนุนให้ภาคเอกชนทั้ง 2 ฝ่ายทำ โดยเฉพาะในเรื่องของการบำบัดการแพทย์ขั้นสูง ซึ่งถือว่าจะเป็นความร่วมมือในอนาคตที่จะสามารถทำงานได้ร่วมกัน และเรามีส่วนสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ รวมถึงความร่วมมือของสมุนไพรที่เราพยายามจะผลักดัน เช่น การส่งเสริมให้มีการสกัดสารออกฤทธิ์ตั้งต้นเพื่อผลิตเป็นยา เราจะเป็นการร่วมมือระหว่างไทยจีนและจะสามารถเสริมสร้างให้เครือข่ายซัพพลายเชน (Supply Chain) หรือ ห่วงโซ่อุปทาน ที่เชื่อมโยงกัน
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964