
ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งความท้าทายด้านความมั่นคง และความขัดแย้งระดับภูมิภาค ขณะที่สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ชื่อของ “บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญ ที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนและวางรากฐานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา SAP Talk Ep.6 ชวนพูดคุยแบบเปิดใจกับ “บิ๊กเล็ก” หลังอำลาตำแหน่ง รมว.กลาโหม ถึงชีวิตและบทบาทในปัจจุบัน รวมถึงแนวทางรับมือกับแรงกดดันในวันที่ต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญของประเทศ
โดย พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า หลังจากที่ผมพ้นหน้าที่ รมว.กลาโหม ก็อยากที่จะหายไปจากหน้าสื่อเช่นกัน เพราะว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมาในช่วงที่ผมปฏิบัติหน้าที่ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในตัวผมเยอะ แต่ในช่วงที่ผมอำลาตำแหน่ง รมว.กลาโหม แล้วเสร็จก็ได้พบปะประชาชน ซึ่งได้มีการเข้าให้กำลังใจในเวลาที่ผมเดินไปในที่สาธารณะ ซึ่งก็ได้รับกำลังใจที่ดีจากประชาชน และทำให้ใจของผมกลับขึ้นมาฟูอีกครั้ง
ในช่วงอำลาตำแหน่ง รมว.กลาโหม
ต้องขอย้อนกลับไปในช่วงที่รับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ซึ่งรับตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน แต่ผมทำงานในรูปแบบของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นในช่วงของรัฐบาลสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น ซึ่งผมทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล คณะที่ 5 โดยรับผิดชอบด้านความมั่นคง
ในช่วงปี 2564 ถึงปี 2569 สิ่งที่ทำให้ผมมีบทบาทสำคัญในการบริหารสถานการณ์วิกฤตประเทศมีอยู่ 3 งานด้วยกัน ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 2.การกู้วิกฤตน้ำท่วมที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 3.การบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นเวลาเกือบ 12 ปีที่ทำงาน โดยมีแต่ความกังวลและความเครียด พอหลังจากพ้นหน้าที่ตำแหน่ง รมว.กลาโหม ก็ทำให้สบายใจขึ้น ซึ่งก็สามารถทำให้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนกับประชาชนธรรมดาได้
ก่อนเข้ารับตำแหน่ง รมช.กลาโหม และ รมว.กลาโหม
ในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีความเครียดความกดดันไม่มี แต่ก็มีความรู้สึกอยากที่จะพักผ่อนบ้าง ซึ่งผมก็ได้ไปปรึกษาผู้ใหญ่หลายท่าน ซึ่งผู้ใหญ่ท่านก็บอกว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน หากคิดว่ายังสามารถทำงานได้ก็อยากที่จะให้ทำงานต่อไป ผมจึงตอบรับเข้าตำแหน่ง รมว.กลาโหม ย้ำว่าสิ่งที่กดดันไม่มีเพราะคิดอยู่เสมอว่าการเข้ามาทำงานนั้นเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
สถานการณ์ที่รับมือยากที่สุด
ต้องขอพูดสถานการณ์ที่เบาที่สุด คือสถานการณ์ที่น้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพราะว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี และไม่มีประชาชนออกมาตำหนิแต่อย่างใดเลย มีแต่รอความช่วยเหลือจากเรา และเราที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ ส่วนสถานการณ์ที่รับมือยากที่สุดคือสถานการณ์โควิด-19 และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยรับมือกันคนละแบบ ในช่วงที่ผมบริหารสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงแรกที่มีการล็อกดาวน์นั้น ก็จะมีประชาชนบางส่วนออกมาตำหนิต่อว่าถึงการล็อกดาวน์ว่าจะไม่สามารถทำให้ออกมาทำงานเลี้ยงชีพได้ รวมถึงมีการฟ้องร้องอีกด้วย ซึ่งคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งผมก็มีทีมงานฝ่ายกฎหมายรับมือในส่วนนี้อยู่เช่นกัน
ในช่วงภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น ก็เริ่มมีการผ่อนคลาย ก็มีประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่มีความเป็นห่วงว่า ถ้ามีการผ่อนคลายแล้วจะทำให้การแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าเราจะดำเนินการทางใดก็จะถูกประชาชนตำหนิอยู่ในทุกด้าน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีความกดดันในช่วงที่เข้ารับหน้าที่บริหารจัดการโควิด-19 แต่ในช่วงบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ต้องยอมรับว่าผมเองไม่สามารถที่จะชี้แจงอะไรได้ทุกเรื่อง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความมั่นคงและบางเรื่องหากพูดไปมันเกี่ยวข้องกับในเรื่องของความปลอดภัยของทหารตามแนวชายแดน ซึ่งในบางครั้งก็เป็นการชิงไหวชิงพริบในเรื่องของกำลังทหารระหว่างประเทศ รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน
วิธีรับมือกับความเครียด
ก่อนอื่นต้องทำใจไว้แล้ว และการเข้ามารับหน้าที่ in ครั้งนี้ก็เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินและการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองก็ต้องมีเรื่องการตำหนิติติงกันบ้าง เพราะฉะนั้นผมตั้งใจเข้ามาตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน จะต้องไม่สนใจกับเรื่องของการนินทากัน หลังจากที่ปฏิบัติหน้าที่งานเสร็จแล้วและกลับมาบ้านในแต่ละวัน ผมจะไม่เอาเรื่องเครียดกลับมาที่บ้านด้วย ซึ่งผมก็จะมีการจัดการความเครียดโดยได้ฟังเพลงและออกกำลังกาย ก่อนนอนก็ต้องมีการสวดมนต์ นั่งสมาธิ และมีโอกาสจะไปทำบุญด้วยเช่นเดียวกัน
เรื่องที่สอนน้องทหารในกองทัพ
ผมต้องขอพูดว่าผมไม่มีลูกศิษย์ในใจ สำนึกในตัวเองเสมอว่าผมไม่ใช่คนเก่ง แต่เราจะทำด้วยความตั้งใจให้ดีที่สุด สิ่งที่ผมได้บอกกับน้องทหารในกองทัพตลอดจะใช้วิธีการบอกเล่าและบอกในเรื่องของวิธีคิดให้ฟังด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้น้องในกองทัพนำไปปรับใช้สิ่งไหนดีก็ให้ทำตามสิ่งไหนไม่ดีก็อย่าปฏิบัติ
คำว่า บิ๊ก นำหน้านายทหารชั้นผู้ใหญ่
จริง ๆ แล้วคำว่าบิ๊กคือเป็นการใช้เรียกชื่อนำหน้า ไม่ได้แสดงความมีอำนาจไม่ได้เป็นการแสดงความใหญ่โต จึงอยากให้สื่อหรือประชาชนไม่ให้ความสำคัญกับคำว่าบิ๊กเพราะเป็นเพียงแค่ชื่อเรียกธรรมดาเฉย ๆ
กระทรวงกลาโหมในปี 2569
ผมได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพก่อนที่จะพ้นหน้าที่ รมว.กลาโหม ไปแล้ว สิ่งที่อยากฝากไว้นั้นมีทั้งหมด 2 เรื่อง ได้แก่ 1.เร่งเสริมสร้างความพร้อมรบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในห้วงที่ผ่านมา สิ่งที่อยากให้กองทัพตระหนักคือต้องคำนึงถึงกรอบสถานภาพงบประมาณของเราด้วย เพราะจากสถานภาพงบประมาณปัจจุบันของประเทศของกองทัพ กองทัพก็น่าจะประมาณได้ว่าเราควรที่จะหาอุปกรณ์และกรอบงบประมาณใด 2.อยากให้ปรับปรุงโครงสร้างของกองทัพให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน และเสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งต้องพยายามอุดหนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศซึ่งจะสามารถทำให้ไทยนั้นพึ่งตนเองได้ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ก็จะสามารถใช้ยุทโธปกรณ์ในประเทศได้ และให้มีการใส่ใจสวัสดิการกำลังพลของข้าราชการชั้นผู้น้อย
การบริหารจัดการในเรื่องมนุษยธรรมและด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ต้องขอเล่าย้อนว่า ผมมารับราชการในกองทัพจนกระทั่งมาเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) และรับหน้าที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งก็ได้ทำหน้าที่สภานิติบัญญัติ และปัจจุบันก็ได้ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารด้วย รวมถึงในช่วงปีที่ผ่านมาได้มีการทำงานกับบริษัทเอกชน ซึ่งจากที่ผมทำงานมาตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบันทั้งหมดที่ตนได้ทำหน้าที่มาก็ทำให้มีความคิดในหลายด้าน จึงอาจทำให้การทำงานอาจคิดไม่เหมือนคนที่เป็นทหาร 100% อีกทั้ง ตนเป็นลูกชาวสวนซึ่งก็ทำให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะฉะนั้นเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนผมก็จะมีความเป็นห่วง
กองทัพต้องพัฒนาในส่วนใดในปี 2569
ต้องทำความเข้าใจกับสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน เพราะความขัดแย้งในปัจจุบันไม่ได้เหมือนความขัดแย้งในอดีต ความขัดแย้งไม่ได้มีแค่เพียงแค่การรบซึ่งมีความขัดแย้งในเรื่องของด้านการต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ด้านข้อมูลข่าวสาร ด้านพลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็จะมีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทางทหารแล้วว่าถึงแม้เราเป็นทหารเราจะมองในเรื่องของการทหารอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมองให้ครบทุกด้าน ซึ่งหากมีการปฏิบัติการทางการทหารผลกระทบในด้านอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร
สิ่งที่ยังกังวลใจ
สิ่งที่ยังกังวลใจคือในเรื่องของข้อมูลข่าวสาร กังวลในเรื่องของข่าวปลอม และข่าวบิดเบือน โดยเฉพาะข่าวที่ไม่มีข้อมูล โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ได้มีการพูดแล้วเช่นเดียวกันว่าให้ประชาชนระวังในเรื่องข้อมูลข่าวปลอม รวมถึงกังวลว่าเยาวชนจะรู้ไม่เท่าทันในเรื่องนี้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาที่สร้างความซับซ้อนยุ่งยากในการที่จะแก้ไข
หากย้อนเวลากลับไปได้อยากที่จะแก้ไขสิ่งใด
ที่ผ่านมาผมมั่นใจว่าผมทำเต็มที่ในสภาพแวดล้อมในขณะนั้น ถ้าย้อนกลับไปได้ก็ขอย้ำว่าคงไม่มีเรื่องใดต้องแก้ไข เพราะว่าในขณะนั้นมันก็ต้องมีสภาพแวดล้อม มีปัจจัย มีบริบทแบบนั้น ซึ่งก็ต้องตัดสินใจแบบที่ต้องตัดสินใจอยู่แล้ว
แนวทางชีวิตหลังจากนี้
ที่ผ่านมามีบุคคลใกล้ชิดเข้ามาพูดคุยกับผม และก็อยากให้ผมเขียนหนังสือไว้เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการศึกษา ซึ่งเรื่องนี้ตนก็ขอนำกลับไปคิดก่อนเช่นเดียวกัน อีกทั้ง หลังจากนี้ตนก็ขอใช้ชีวิตกับครอบครัว ซึ่งผมก็ไม่ได้ดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่มานานแล้ว และใช้เวลาในช่วงนี้ดูแลตัวเองและสุขภาพ
สิ่งที่อยากจะฝากถึงน้องทหารในกองทัพ สื่อมวลชน และประชาชน
สิ่งที่อยากจะฝากถึงน้องทหารในกองทัพ อยากจะบอกว่า สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้ทำไปก็จะเป็นดิจิทัลฟุตพริ้นท์อยู่ในกองทัพอยู่แล้ว สิ่งที่อยากจะฝากถึงสื่อมวลชน ผมพูดมาอย่างเสมอว่าเชื่อมั่นในขีดความสามารถของสื่อมวลชนประเทศไทย เพราะเป็นที่พึ่งของข้อมูลข่าวสาร และสามารถต่อสู้กับข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสิ่งที่อยากจะฝากถึงประชาชนคนรุ่นใหม่ว่าหากพบข้อมูลข่าวสารอยากให้คิดและแยกแยะให้ได้ และอยากจะขอบคุณประชาชนในห้วงเวลาที่ผมปฏิบัติหน้าที่ รมว.กลาโหม ถึงแม้ผมจะไม่สามารถชี้แจงได้ครบทุกเรื่อง แต่ประชาชนก็ยังมีความเข้าใจ และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งก็ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมาในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964