
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งสนามการเมืองที่ถูกจับตา เพราะผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนต่างมีแนวคิด นโยบาย และวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองที่แตกต่างกัน SAP Talk Ep.8 ชวนทุกคนมารวม “เปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ทั้ง 6 คน ได้แก่
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคประชาชน , นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคประชาธิปัตย์ , นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ , นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่มเพื่อนมัลลิกา , พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคเศรษฐกิจ และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เพื่อให้ประชาชนได้ทำความรู้จักตัวตน แนวคิด และคำตอบต่อประเด็นสำคัญ ก่อนตัดสินใจเลือกผู้นำเมืองหลวงคนต่อไป
ทำไมถึงตัดสินใจเลือกที่จะลงผู้ว่า ฯ กทม.ครั้งนี้
นายอนุชา บูรพชัยศรี กล่าวว่า แต่พรรคประชาธิปัตย์มีกระบวนการในการคัดสรรผู้สมัคร ซึ่งตนเป็นผู้ได้รับโอกาสจากที่พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากมีมติให้ตนได้ลงเป็นผู้สมัครผู้ว่า ฯ กทม. ในครั้งนี้ ย้ำว่าการลงสมัครครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงสมัครแบบส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้ตนได้ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะ สส. 3 สมัย และปัจจุบันคิดว่าอยากจะลองมาโฟกัสในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และยืนยันว่านโยบายที่นำเสนอสามารถที่จะนำไปปฏิบัติได้
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กล่าวว่า ปัญหาด้านฝุ่น PM2.5 ทำให้ต้องลงสมัครผู้ว่า ฯ กทม. มาแก้ไขในครั้งนี้ รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยีมาวัดค่าฝุ่นในการจัดการปัญหา เพื่อให้ประชาชนมีการใช้ประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตมากขึ้น
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า การลงสมัครครั้งนี้ก็มีปัญหาที่อยากจะแก้ไขอยู่หลายเรื่อง ในช่วงตอนกลางคืนที่มีฝนที่อาจจะตกได้ ก็จะทำให้ตนนอนไม่หลับเช่นเดียวกันเพราะอาจจะเกิดน้ำท่วมได้ รวมถึงเรื่องฝุ่น PM2.5 และปัญหาทุจริตคอรัปชั่น อีกทั้ง ปัญหาในอดีตเรื่องหนี้ BTS ก็ทำให้ตนนอนไม่หลับเช่นเดียวกัน ปัจจุบันนี้ก็ดูปัญหาแต่ละเรื่องและดูในเรื่องของนโยบายที่จะเอามาตอบโจทย์ประชาชนได้
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนรับใช้ประชาชนมาตั้งแต่ระดับลากหญ้า จนถึงระดับสูง การรับสมัครครั้งนี้ ตนอยากที่จะทำเพื่อประชาชน
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กล่าวว่า มีความกังวลในเรื่องของเส้นเลือดฝอยที่จะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น รวมถึงปัญหาหลายอย่างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งต้องใช้ความเอาจริงเอาจังของการเป็น ผู้ว่า ฯ กทม. ในการที่จะมาขับเคลื่อนแก้ไข รวมถึงปัญหาทุจริตคอรัปชั่น
นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กล่าวว่า ผิดหวังกับปัญหาเดิม ๆ ที่ผู้ว่า ฯ กทม.คนเก่า ๆ ยังแก้ไม่ได้ จึงต้องมาลงสมัครในครั้งนี้เพื่อที่จะแก้ไขให้มันดีขึ้น
มองอย่างไรที่ปัจจุบันประชาชนบางส่วนยังเลือกในตัวของบุคคลมากกว่าในตัวของนโยบาย
นายอนุชา บูรพชัยศรี กล่าวว่า ผู้สมัครที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดพรรคอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าหากเป็นผู้สมัครที่มาจากทางพรรคการเมืองจะมีข้อที่ดีกว่า โดยมีนโยบายที่กลั่นกรองมาแล้วจากพรรคการเมือง นอกจากนั้นในการส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต จะทำให้การทำงานรับรู้ปัญหาในพื้นที่ได้มากขึ้น
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กล่าวว่า ถ้าจะเลือกในตัวบุคคลอยากให้เลือกในตัวบุคคลที่ไว้วางใจได้ สิ่งที่เปลี่ยนได้ง่ายที่สุดก็คือเปลี่ยนคน ไม่ใช่เปลี่ยนวิธีการขั้นตอนหรือกฎหมาย และการเลือกผู้นำเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ตนคิดว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่มีความศรีวิไลแต่ในเมืองยังมีระบบมาเฟียที่คุ้มครองอยู่ และคิดว่าหากปล่อยให้กรุงเทพมีปัญหาสะสมเช่นนี้นอกจะไม่สามารถสร้างความเจริญและพัฒนาให้เทียบเท่ากับเมืองศรีวิไลประเทศอื่นได้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของตนนั้นพยายามเน้นนโยบายตลอด เพราะถ้าตัวบุคคลเข้ามาแล้วก็ไป และถ้าพูดอย่างเดียวก็คงเชื่อถือไม่ได้ แต่ในส่วนของนโยบายจะมีในเรื่องของตัวชี้วัด อีกทั้งนโยบายเปรียบเสมือนหัวใจ ซึ่งนโยบายสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช กล่าวว่า นโยบายเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่นโยบายเป็นเพียงแค่สิ่งสวยหรู ซึ่งในบางครั้งนโยบายที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั้นในตอนนี้อาจจะยังไม่มีอะไรดีขึ้นในปัจจุบัน แต่ตนเชื่อในตัวบุคคลมากกว่าเพราะจะสามารถบอกถึงความสามารถแล้วบอกถึงการกระทำของบุคคลนั้นได้
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กล่าวว่า นอกจากจะมองในเรื่องของตัวบุคคลแล้วการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ กทม.ไม่สามารถแก้ไขให้เบ็ดเสร็จได้โดยแค่ กทม. เพราะในเรื่องของบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา
นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กล่าวว่า ถ้าเป็นคนรุ่นก่อนอาจจะมองในเรื่องตัวบุคคล แต่ว่าถ้าเป็นคนรุ่นใหม่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามกระแสสังคมได้ โดยคนรุ่นใหม่สนใจในเรื่องของนโยบายที่สามารถจับต้องได้จริงไม่ได้อิงบุคคล โดยตนนั้นก็มีนโยบายที่ดีให้กับแต่ละวัย แต่อยากที่จะให้ศึกษานโยบายของเราก่อนที่จะตัดสินใจเลือก
จะสามารถทำงานกับ ส.ก. ที่มาจากต่างพรรคการเมืองและแบบอิสระอย่างไร
นายอนุชา บูรพชัยศรี กล่าวว่า หากประชาชนเลือก ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาทำงานกันเยอะ ตนจะไม่กังวลอยู่แล้ว แต่ถ้าหากจะพรรคการเมืองคนละส่วนกันจะทำให้การพูดคุยแต่ละโครงการต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ถ้าหากมาจากพรรคการเมืองเดียวกันก็จะสามารถทำงานในแต่ละส่วนได้ตามที่ได้รับมอบหมายที่รับผิดชอบ
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ว่าจะมาจากไหนเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ประชาชนมีความสุขและได้รับประโยชน์ และต้องทำภารกิจสำเร็จไปพร้อมกัน แต่ตนไม่คิดว่าการแบ่งพรรคเป็นฝ่ายจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในการทำประโยชน์เพื่อประชาชน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา และตนเชื่อว่าหากเป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ก็จะเน้นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนสามารถชี้แจงได้ก็จะไม่มีปัญหาอะไร
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ตนทำหน้าที่ก็เคยประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ มาในครั้งนี้ ตนอยากจะให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าตนจะสามารถทำงานร่วมกับฝ่ายอื่นได้ และให้ไปในทิศทางเดียวกัน
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กล่าวว่า ซึ่งการทำงานกับพรรคการเมือง ตนมองว่าไม่เป็นปัญหา เพราะว่าสำหรับตนเราเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่ถ้าหากเลือกผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.จากพรรคประชาชน ก็จะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กล่าวว่า ไม่เป็นอุปสรรค แต่อยากให้ ส.ก. มาในรูปแบบอิสระ เพราะถ้าในรูปแบบของอิสระมากเท่าไหร่ การทุจริตก็จะเกิดขึ้นได้น้อย
จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าคูหากาเบอร์คุณ
นายอนุชา บูรพชัยศรี กล่าวว่า ถ้าเราเลือกบุคคลที่จะมาเป็นตัวแทนของผู้ว่า ฯ กทม. อย่าเลือกเพียงแค่ความพอใจหรือความรู้สึกอย่างเดียว ขอให้เลือกในสิ่งที่บุคคลนั้นนำเสนอ ซึ่งมันจะแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เพียงแค่การเข้าไปทำแค่หน้าที่ แต่เข้าไปและมีความรับผิดชอบต่อองค์กรต่อกรุงเทพมหานครและต่อประชาชน
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กล่าวว่า อยากเลือกก็คือเลือก คนสุดท้ายแล้วประชาชนมีความรู้สึกความคิดเป็นของตัวเอง ไม่สามารถไปจับปากกาใครมากาเบอร์ใครได้ แต่ต้องถามว่าชีวิตของคุณดีแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ดีก็ให้เลือกคนใหม่
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า อย่าลืมวันที่ 28 มิ.ย. 69 เข้าคูหาไปเลือกตั้ง เพื่อที่จะได้เป็นฉันทามติให้กับผู้ว่า ฯ กทม.คนใหม่ ให้สามารถทำประโยชน์เพื่อประชาชนได้
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช กล่าวว่า ตนขอให้คำมั่นว่าจะทำงานทั้งปีและครบ 12 เดือน เพื่อประชาชนและให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข การจราจรดีขึ้น ขยะดีขึ้น น้ำท่วมดีขึ้น
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนจะเลือกว่าอยากจะได้กรุงเทพมหานครแบบไหน เพราะมีทั้งผู้ว่า ฯ กทม. ที่คำนึงถึงเจตจำนงและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หรือ ผู้ว่า ฯ ที่มีระบบการเมืองไหลไปตามข้าราชการ
นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลไม่สามารถที่จะไปโน้มน้าวหรือเปลี่ยนใครได้ แต่ตนอยากให้ กทม.มีการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากให้ประชาชนทนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ เช่นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ถ้าหากว่าตนได้เป็นผู้ว่า ฯ กทม. จะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964