ทั่วโลกร่วมยินดี “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

2026-04-08 18:58 Punyaphon Rakcharoen

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-04-08T175753.795.jpg

วันนี้ (8 เม.ย. 69) 2 ชั่วโมงก่อนเส้นตายของการประกาศโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้าทั่วอิหร่าน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่าน “ตกลงที่จะหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์” รวมถึงระงับแผนการโจมตีทางอากาศด้วยเช่นกัน โดยข้อตกลงดังกล่าวดำเนินการภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นอิหร่านต้องเผชิญกับ “อารยธรรมที่ล่มสลายทั้งหมด” โดยข้อตกลงหยุดยิงนี้เกิดขึ้นภายหลังความพยายามไกล่เกลี่ยโดย เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน และอาซิม มูนีย์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน

ทรัมป์ ระบุผ่าน Truth Social ว่า ข้อตกลงในนาทีสุดท้ายนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของอิหร่านที่จะระงับการปิดกั้นการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบ ซึ่งโดยปกติแล้วเส้นทางน้ำนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันทั่วโลก ด้านอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวในแถลงการณ์ว่า อิหร่านจะยุติการโจมตีตอบโต้และให้ทางผ่านที่ปลอดภัยหากการโจมตีของสหรัฐฯ ยุติลง

ด้านสำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า อิสราเอลสนับสนุนการตัดสินใจระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลาสองสัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามข้อตกลงหยุดยิงนี้ไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของนายชารีฟที่ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนด้วย

สำนักข่าว AFP ถามว่านี่คือการประกาศชัยชนะของสหรัฐฯ จากการหยุดยิงหรือไม่ โดยทรัมป์กล่าวว่า "ชัยชนะอย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด 100% ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ" ถัดมา ทรัมป์กล่าวใน Truth Social ว่า "วันนี้เป็นวันสำคัญสำหรับสันติภาพโลก! อิหร่านต้องการให้เกิดขึ้น พวกเขาอดทนมามากพอแล้ว! เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ด้วย!" ("A big day for World Peace! Iran wants it to happen, they’ve had enough! Likewise, so has everyone else!")

ด้าน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล โพสต์บนโซเชียลมีเดียระบุว่า เขาสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการระงับการโจมตีอิหร่าน และ “ความพยายามของสหรัฐฯ ในการทำให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายต่ออเมริกา อิสราเอล ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับของอิหร่าน และทั่วโลกอีกต่อไป”

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิรักได้แถลงข่าวยินดีกับข่าวการหยุดยิง โดยระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านต้องยึดมั่นในข้อตกลงนี้เพื่อให้บรรลุถึงการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน “กระทรวงฯ ยืนยันการสนับสนุนความพยายามในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติในการควบคุมวิกฤตการณ์ และให้ความสำคัญกับภาษาของการเจรจาและการทูต พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และงดเว้นจากการยกระดับความขัดแย้งใด ๆ”

ด้านเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้กล่าวยินดีกับการหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในช่วงเริ่มต้นการประชุมด้านกลาโหมกับที่ปรึกษาและสมาชิกคณะรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในเลบานอนยังคงวิกฤต พร้อมเรียกร้องให้รวมเลบานอนไว้ในข้อตกลงด้วย ขณะเดียวกัน สำนักงานของเนทันยาฮูแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เขาสนับสนุนการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลาสองสัปดาห์ แต่ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวไม่รวมถึงเลบานอน

ด้านองค์กรสหประชาชาติ (United Nations) นายอันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง “เพื่อปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาค” อีกทั้งย้ำว่า “การยุติการสู้รบเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนและบรรเทาความทุกข์ยากของมนุษย์” และขอบคุณปากีสถานและประเทศอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกในการหยุดยิง

ด้านโยชิมาสะ ฮายาชิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น (ตรวจสอบชื่อตำแหน่งปัจจุบัน ณ ปี 2026) กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นยินดีกับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมองว่าการบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้เป็น “ผลบวก” ในขณะที่รอข้อตกลงขั้นสุดท้าย

ด้าน เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่ายินดีกับการหยุดยิง โดยเน้นย้ำบทบาทของตนในการสนับสนุนข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อระงับการสู้รบ “จีนยินดีที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิง” เหมา หนิง กล่าวอีกว่า “เราได้นำเสนอความพยายามของจีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า” โดยระบุว่ารัฐมนตรีต่างประเทศหวัง อี้ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศที่เกี่ยวข้องถึง 26 ครั้ง ขณะที่ทูตพิเศษของปักกิ่งประจำตะวันออกกลางได้เดินทางยังทุกพื้นที่ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยจีนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาสถานการณ์และยุติสงครามอย่างสมบูรณ์

ด้านแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับการบรรลุข้อตกลงดังกล่าว และหวังว่าข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน “การที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ควบคู่ไปกับการโจมตีเรือพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และโรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซ ทำให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเชื้อเพลิง และยิ่งสงครามยืดเยื้อนานเท่าใด ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และจะมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นด้วย”

ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ และอิสราเอล กับ อิหร่าน ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเข้าสัปดาห์ที่ 6 โดยมีพลเรือนเสียชีวิตแล้วกว่า 1,600 ราย ทรัมป์ได้ระบุว่า “ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ทั้ง 10 ข้อ” ที่อิหร่านได้เสนอมานั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่สามารถใช้ได้จริงสำหรับการเจรจา โดยจะมีการสรุปและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้

SOURCE: Reuters, Aljazeera

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com

Tel. 099 569 5964