ทรัมป์จ่อเยือนปักกิ่งถกสีจิ้นผิง ลุ้นต่ออายุ "พักรบการค้า" ท่ามกลางศึกอิหร่าน

2026-05-13 14:43 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-05-13T134316.298.jpg

วันนี้ (13 พ.ค. 69) สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ตัวแทนทางการค้าจากจีนและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากการหารือร่วมกัน ณ ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเข้าสู่การประชุมสุดยอดครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” และประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

โดยสื่อทางการจีนระบุว่า นายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน พร้อมด้วยนายหลี่ เฉิงกัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าพบนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ณ สนามบินอินชอนในช่วงบ่าย หลังจากที่นายเบสเซนต์เสร็จสิ้นภารกิจเข้าพบนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และมีกำหนดเดินทางต่อไปยังจีนภายในวันเดียวกัน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดถึงกรุงปักกิ่งในช่วงค่ำวันพุธ เพื่อเตรียมหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ ซึ่งนับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี

การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้น ณ สถานที่เดียวกับที่ทั้งคู่เคยตกลงระงับมาตรการภาษีและข้อจำกัดด้านการส่งออกเป็นเวลา 1 ปี เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ตลาดการเงินเฝ้าติดตามว่าข้อตกลงพักรบดังกล่าวจะได้รับการต่ออายุหรือไม่ รวมถึงท่าทีต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการจัดตั้ง “คณะกรรมการการค้า” (board of trade) เพื่อเป็นกรอบบริหารความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในอนาคต สำหรับจีนนั้น การรักษาเสถียรภาพทางการค้ากับสหรัฐฯ ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนควบคู่ไปกับการผลักดันแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี เพื่อพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและลดผลกระทบจากภาษีนำเข้า ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ คาดหวังให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร เครื่องบิน และพลังงาน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศ แม้นักวิเคราะห์จะยังคงกังวลถึงความเป็นไปได้จริงจากบทเรียนในอดีตที่จีนไม่สามารถทำตามเป้าหมายการซื้อสินค้ามูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ได้ครบถ้วนก็ตาม

นอกจากประเด็นเรื่องดุลการค้าแล้ว สหรัฐฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก หลังจากได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมของจีน ซึ่งนาย Jacob Gunter จาก Mercator Institute for China Studies มองว่าแม้ทั้งสองฝ่ายจะต้องการเสถียรภาพ แต่ปัจจัยกดดันจากสงครามอิหร่านอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ก้าวหน้าได้มากนัก อีกทั้งสถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียดแฝงอยู่จากการที่สหรัฐฯ เปิดสอบสวนตามมาตรา 301 เรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมและปัญหากำลังการผลิตล้นตลาดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการสอบสวนมาตรการของสหรัฐฯ ที่ถูกมองว่าขัดขวางการค้าสินค้าสีเขียวและรบกวนห่วงโซ่อุปทานโลกเช่นกัน

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com

Tel. 099 569 5964