"ดร.แดน" จี้ภาครัฐคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัย ถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" แนะ 5 ข้อปฏิบัติเชิงรุก ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำซาก

2026-07-23 16:09 Annie

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (13).jpg

วันนี้ (23 ก.ค. 69) ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) และประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) เปิดเผยถึงเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย การทุจริตจ่ายส่วย โครงสร้างอาคารไม่ได้มาตรฐาน และการใช้ช่องว่างทางกฎหมายของผู้ประกอบการ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุภาครัฐมักแถลงว่าต้อง "ถอดบทเรียน" แต่ผลลัพธ์กลับไม่เคยถูกนำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างแท้จริง

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ตนเคยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงระบบต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนับตั้งแต่เหตุการณ์ “ซานติก้าผับ” เมื่อปี 2552 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติเชิงรุก ทว่าตลอดเวลา 17 ปี ข้อเสนอดังกล่าวกลับถูกละเลย สะท้อนถึงจุดอ่อนร้ายแรงในเชิงนโยบายของไทยที่เก่งการวิเคราะห์ แต่ล้มเหลวในการนำไปปฏิบัติ ส่งผลให้โศกนาฏกรรมยังคงเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากกรณีเพลิงไหม้โรงเบียร์ดังกล่าว พบประเด็นความปลอดภัยที่บกพร่อง 4 มิติหลัก ได้แก่:

1.มิติกฎหมายและการควบคุม: การหลบเลี่ยงไปจดทะเบียนเป็น "ร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี" แทน "สถานบริการ (ผับ/บาร์)" เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งที่มีผู้เข้าใช้บริการจริงหนาแน่นเกินขีดความสามารถของอาคาร

2.มิติวิศวกรรมความปลอดภัย: ขาดระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงอัตโนมัติ ทางเข้าออกคับแคบและมีสิ่งกีดขวาง ระบบไฟฟ้าสำรองไม่ทำงาน ขาดป้ายและไฟนำทางหนีไฟ รวมถึงไม่มีพัดลมดูดควันไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากการสูดก๊าซพิษ

3.มิติการดัดแปลงอาคาร: มีการดัดแปลงติดตั้งวัสดุตกแต่งและโฟมซับเสียงที่ไม่ทนไฟ บริเวณเพดานโดยไม่ได้รับอนุญาต กลายเป็นเชื้อเพลิงเร่งให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

4.มิติความพร้อมของบุคลากร: พนักงานขาดการฝึกอบรมและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เมื่อเกิดเหตุจริงจึงตื่นตระหนกและไม่สามารถนำทางผู้ใช้บริการไปยังทางออกได้อย่างปลอดภัย

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า สังคมไทยต้องเปลี่ยนบทเรียนความสูญเสียให้เป็นมาตรการเชิงรุกที่ยั่งยืนผ่านการปฏิรูป 4 ด้าน คือ การปราบปรามการทุจริตและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด, การยกระดับมาตรฐานโครงสร้างและระบบความปลอดภัยภายในอาคาร, การฝึกอบรมและซักซ้อมแผนอพยพของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ และการผลักดัน "5 ข้อเสนอเชิงนโยบาย" สู่การปฏิบัติจริง ได้แก่:

1.ตั้งเป้าตรวจสอบทุกอาคาร: ปูพรมตรวจเช็กระบบป้องกันอัคคีภัยอย่างละเอียดทั้งอาคารเก่าและใหม่

2.ปักธงเขียวอาคารมาตรฐาน: มอบตราสัญลักษณ์รับรองให้อาคารที่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย

3.ติดป้ายตัวชี้วัดอาคารปลอดภัย: บังคับแสดงดัชนีความปลอดภัยในจุดเด่นชัดเพื่อแจ้งเตือนผู้บริโภค

4.สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน: พัฒนาระบบรับแจ้งเบาะแสสถานประกอบการที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

5.กำหนดมาตรฐาน "ชุมชนปลอดอัคคีภัย": สร้างโมเดลการจัดการตนเองระดับชุมชนและแต่งตั้งผู้บัญชาการควบคุมเหตุประจำอาคาร

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ประเทศไทยมีกฎหมายและข้อบังคับที่ครอบคลุมระดับสากล แต่ขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ ปัจจัยชี้ขาดจึงอยู่ที่การปฏิรูประบบการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง โดยเจ้าหน้าที่รัฐต้องใช้อำนาจอย่างโปร่งใส เที่ยงธรรม เด็ดขาด และปราศจากการละเว้น เพื่อขจัดโศกนาฏกรรมและปกป้องชีวิตทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com

Tel. 099 569 5964