“กล้าธรรม” จี้คมนาคมเลิกอุ้มแอปฯ ต่างชาติ! ทวงบิ๊กคลีนนิ่ง “รถแอปฯ เถื่อน” 2 แสนคันพ้นระบบ หลังยื้อกฎหมายกว่า 10 ครั้ง

2026-06-26 16:42 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-06-26T154244.587.jpg

วันนี้ (26 มิ.ย. 69) ที่อาคารรัฐสภา นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะรองโฆษกพรรคกล้าธรรม เป็นผู้แทนรับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และตัวแทนผู้บริโภค กรณีปัญหาความไม่ปลอดภัยและผู้ขับขี่ที่ไม่มีมาตรฐานในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีรายงานอุบัติเหตุ การคุกคาม และอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเร่งด่วน หลังจากที่ผ่านมามีการเลื่อนกำหนดบังคับใช้มาแล้ว 2-3 ครั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ

ด้านนายจิตต์กวินท์ ศรีพระลาน นายกสมาคมรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ชี้แจงว่า ทางสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ผ่านระบบแอปพลิเคชัน 100% ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านเทคโนโลยีหรือต้องการให้ปิดแอปพลิเคชันแต่อย่างใด แต่ต้องการให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา เนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้มีประกาศรองรับมาตั้งแต่ปี 2564 และมีพระราชกฤษฎีกาของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตั้งแต่ปี 2565 แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง และล่าสุดมีกระแสข่าวว่าจะมีการแถลงขยายเวลาผ่อนผันออกไปอีกจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

นายจิตต์กวินท์ กล่าวต่อไปว่า การขยายเวลาดังกล่าวถือเป็นการเลื่อนกำหนดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งสร้างคำถามต่อภาครัฐว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนแอปพลิเคชันต่างชาติหรือไม่ เพราะหากนำรถที่ผิดกฎหมายกว่า 200,000 คันออกจากระบบตามขั้นตอน เพื่อให้ลงทะเบียนเข้ามาใหม่ให้ถูกต้อง จะทำให้แอปพลิเคชันสูญเสียรายได้กว่า 7,000 ล้านบาทต่อเดือน แต่การปล่อยให้รถเถื่อนเหล่านี้อยู่ในระบบต่อไปอีกราว 90 วัน กำลังสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนกว่า 70 ล้านคนรวมถึงภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี และสมุย โดยที่ผ่านมาได้เกิดคดีสะเทือนขวัญมากมาย เช่น คดีไรเดอร์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี การทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นโดยผู้ขับขี่ที่มีประวัติอาชญากรรมติดกำไลอีเอ็ม (EM) รวมถึงกรณีผู้ขับขี่ใช้รถแอปพลิเคชันลักลอบจำหน่ายยาเสพติด (โคเคน) ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ขณะที่ น.ส. วารุนี สกุลรันต์ธารา ผู้ประสานงานผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต ในฐานะตัวแทนผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน ระบุว่า แม้ระบบแอปพลิเคชันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและมาตรฐาน จากประสบการณ์ตรงพบว่า จากการเรียกบริการรถ 4 คัน จะเจอรถที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายถึง 3 คัน เช่น ป้ายทะเบียนรถไม่ตรงกับที่ระบุในแอปพลิเคชัน โดยคนขับมักอ้างว่ารถเสียหรือยืมรถญาติมาขับ นอกจากนี้ยังเคยประสบอุบัติเหตุระหว่างโดยสาร แล้วถูกคนขับร้องขอให้โกหกเจ้าหน้าที่ว่าเป็นญาติกันเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส ผู้บริโภคจะไม่มีหลักประกันในการเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ เลย ดังนั้น จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งหากกระทรวงคมนาคมจะเลื่อนกำหนดเวลาออกไปอีก 3 เดือน เพราะความเสียหายอาจเกิดขึ้นได้แม้เพียงวันเดียว และเป็นการเบียดเบียนผู้ประกอบอาชีพขับรถโดยสารที่ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอจี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องและหยุดเลื่อนกำหนดเวลาดังกล่าว

ทางด้าน นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง และตระหนักดีว่าปัญหาผู้ขับขี่ที่ไม่ได้มาตรฐานกำลังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต พัทยา และกรุงเทพมหานคร หลังจากนี้ทางพรรคจะนำข้อเรียกร้องทั้งหมดจากทั้งนายกสมาคมฯ และตัวแทนผู้บริโภค ส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพื่อกดดันให้มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน และยกระดับธุรกิจบริการรถโดยสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้มีคุณภาพและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com

Tel. 099 569 5964