
วันนี้ (3 ส.ค. 69) เวลา 09.50 น. ที่กระทรวงมหาดไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 3 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติดในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ความคืบหน้าเป็นอย่างไร ว่า ก็ดำเนินการอยู่ วันนี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปดำเนินการในพื้นที่ก็มีการกำชับมาโดยตลอด ซึ่งในส่วนนี้ก็จะให้ฝ่ายปกครอง ได้เข้าไปทำงานร่วมกันในการดูแลชาวบ้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาชายแดนภาคใต้ไม่ใช่แค่เรื่องความเห็นต่าง แต่รวมถึงปัจจัยเรื่องยาเสพติด และการค้าของเถื่อน กำชับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า กำชับทุกเรื่อง ยาเสพติดเราก็เร่งปราบอย่างเต็มที่ ทุกคนก็เห็นอยู่ และวันที่ 6 ส.ค. 69 พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ก็จะมาเยือนประเทศไทย จะคุยเรื่องปัญหายาเสพติด ปัญหาแร่ธาตุที่อยู่ในแม่น้ำ เรื่องปัญหาฝุ่น มลพิษ ก็เป็นเรื่องที่ต้องหยิบยกเข้ามาหารือกันอย่างซีเรียส เรื่องอื่นไม่ใช่ประเด็นเท่าไหร่ ทั้งนี้เรื่องปัญหาของเถื่อนการค้ายาเสพติดมีการจับกุมกันตลอดเวลา เราไม่รู้ใครจะทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าเขาลองมาท้าทายกฎหมาย ก็เห็นกันว่ามีการจับกุมในทุกเรื่อง ยาเสพติดก็ไล่จับ ตอนนี้รถเอ็กซเรย์ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สั่งซื้อไว้ ก็เรียบร้อยแล้ว ของเถื่อนที่จับไปแล้วที่ จ.ระนอง ก่อนหน้านี้มูลค่า 200 ล้านบาท อยากเจ๊งก็ลอง และเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมาก็จับที่ระนอง ไม่แน่ใจว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ ไม่ได้สนใจตรงนั้น สนใจก็คือถ้าแหยมเข้ามา ก็โดนจับ

“วันนี้เคลียร์ไม่ได้ สิ่งที่ให้ความมั่นใจกับประชาชน ในรัฐบาลชุดนี้ คือไม่มีการเคลียร์ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำให้เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า ใครอยากจะโทรศัพท์เข้ามารับได้ แต่เคลียร์ไม่ได้ ก็เห็นกันอยู่แล้ว หน้าแตกกันไปหลายคนแล้ว” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงถล่ม สภ.ลำใหม่ จ.ยะลา ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกฯ ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็รับรายงานทุกอย่าง มีหน่วยงานที่รับผิดชอบคอยกำกับดูแล ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับนโยบาย และข้อสั่งการ ว่าให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการระงับเหตุ ป้องกันเหตุ และปราบปรามคนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมาถามกลับมายังรัฐบาล อำนาจอยู่ที่นั่นหมดแล้ว
เมื่อถามอีกว่าสถานการณ์ในพื้นที่ เมื่อบวกกับการเลื่อนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ทำให้ในพื้นที่เกิดปัญหาความไม่สงบต่อเนื่อง นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องพูดคุยก็พูดคุยไป เรื่องป้องกันปราบปรามก็ดำเนินการไป
เมื่อถามย้ำว่ากรณีเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3 - 4 ส.ค. 69 มีเป้าหมายอะไรพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกเรื่องเป็นเรื่องสำคัญหมด คุยกันทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความร่วมมือและการขอความร่วมมือในเรื่องที่เกี่ยวพันปัญหาชายแดนภาคใต้ก็ต้องพูดคุยกัน
ส่วนกรณีการทูลเกล้าฯ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีขาดคุณสมบัติ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการทุกอย่าง ซึ่งตนได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ตรวจสอบขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ซึ่งตนก็ยังยืนยันว่า ในกรณีนี้นายกฯ ไม่สามารถใช้ดุลยพินิจเองได้ กฎหมายและขั้นตอนว่ามาอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น
เมื่อถามเพิ่มเติมว่าการลงพื้นที่สำรวจตลาดศรีย่าน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ต่อไป นายอนุทิน กล่าวว่า หากเป็นมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลก็พร้อมพิจารณา แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนั้น

“รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม และเป็นรัฐบาลที่ทำให้ประชาชนอยู่บนขาของตนเองได้ แต่หากจะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เครื่องติด ก็จะกระตุ้นเป็นช่วง ๆ ไป” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามอีกว่าการลงพื้นที่เดินตลาดครั้งนี้พบปัญหาอะไรหรือไม่ นายกฯ ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “แล้วดีไหม ได้ใช้ใช่ไหม ชอบไหม ถ้าชอบก็พูดดัง ๆ” ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะตอบว่า “ดี”
เมื่อถามถึงกรณีผลสำรวจนิด้าโพลระบุว่า แม้ประชาชนมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ แต่บางส่วนยังลังเลที่จะสนับสนุนรัฐบาลนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะรัฐบาลยังมีเวลาอีก 3 ปี ให้ประชาชนพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจริงใจและตั้งใจทำงานหรือไม่ รัฐบาลไม่สามารถตัดสินผลงานของตัวเองได้ แต่จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าจะเลือกกลับเข้ามาบริหารประเทศอีกหรือไม่ และจะได้รับประโยชน์จากรัฐบาลชุดนี้มากน้อยเพียงใด ยืนยันว่าจะทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งรัฐบาลพร้อมยอมรับผลการตัดสินใจในทุกกรณี

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าเมื่อเวลา 10.20 น. นายอนุทิน ได้เดินทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และต่อมา เมื่อเวลา 10.59 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่เวลา 12.10 น. นายอนุทิน จะเดินทางออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลเพื่อไปที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยนายอนุทินพร้อมคณะ จะออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานฮาลิม เปอร์ดานากุสุมา กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3 - 4 ส.ค. 69
ภาพ : Yanawut Samphaothong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964