
วันนี้ (1 ก.ย. 69) เวลา 13.05 น. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และข้อบังคับเดิมให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับรูปแบบกิจกรรม เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน พร้อมทั้งมุ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ให้ได้รับความรวดเร็วในการดำเนินงานมากขึ้น สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้มีการขยายขอบเขตและวัตถุประสงค์ในการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่า จากเดิมที่มีอยู่เพียง 10 ประเภท เพิ่มขึ้นเป็น 16 ประเภท เพื่อเปิดทางให้ครอบคลุมกิจกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในยุคใหม่ เช่น โครงการส่งเสริมพลังงานทดแทน การพัฒนาระบบโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสาร การจัดสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการบริหารจัดการและการกำจัดขยะอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการให้บริการประชาชนด้วยการเปิดระบบให้สามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยลดขั้นตอน เอกสาร และเวลาในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการขยายวัตถุประสงค์แล้ว กฎกระทรวงฉบับนี่ยังแก้ปัญหาความล่าช้าในกระบวนการพิจารณา โดยได้ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสภาพป่าให้มีความกระชับและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเร่งระบายคำขออนุญาตทำประโยชน์ของหน่วยงานภาครัฐที่ยังคงตกค้างสะสมอยู่ในระบบมากกว่า 187,000 คำขอ โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องและประเมินข้อมูลผ่านเอกสารหลักฐานได้ทันที และจะกำหนดให้ลงพื้นที่ตรวจสภาพป่าจริงเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีความซับซ้อนของพื้นที่เท่านั้น ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดภาระงาน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเร่งรัดกระบวนการอนุมัติอนุญาตให้มีความรวดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการผ่อนปรนและลดขั้นตอนเพื่ออำนวยความสะดวก แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน โดยในร่างกฎกระทรวงได้กำหนดมาตรการคุ้มครองพื้นที่ป่าไว้อย่างเข้มงวด ด้วยการระบุประเภทพื้นที่ต้องห้ามที่ไม่สามารถอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในทุกกรณีอย่างเด็ดขาด ได้แก่ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าชายเลนอนุรักษ์ และพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อรักษานิเวศบริการและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศเอาไว้ การปรับเปลี่ยนกฎหมายในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาสาธารณูปโภคและเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964