
วันนี้ (1 ก.ย. 69) เวลา 12.25 น. ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา ครั้งที่ 1/2569 ว่า วันนี้ ครม.กำหนดแนวทางเร่งด่วน หรือ ควิกวิน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการอย่างเต็มที่ทันทีโดยครอบคลุม 4 เรื่องสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ
นายอนุทิน กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล เติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ด้วยตัวเองทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยจะเร่งปลดล็อกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำ และผู้สนับสนุนไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เช่น กระทรวงการคลังที่ให้พิจารณาด้านการเงิน และภาษี โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเฉพาะกิจซอฟต์โลน บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม รวมถึงกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินการขุดลอก และบำรุงร่องน้ำปัตตานี และร่องน้ำสงขลา เป้าหมายของรัฐบาลคือต้องการให้คนในพื้นที่มีโอกาส มีรายได้ และสามารถเติบโตไปกับเศรษฐกิจของภูมิภาค
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาความยากจนดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการประกอบอาชีพ โดยรัฐบาลมอบหมายให้ออกแบบและก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2 วงเงินเบื้องต้น 250 ล้านบาท และจะได้หารือกับประเทศมาเลเซียเพื่อให้แรงงานไทยได้ได้รับการคุ้มครอง และดูแลอย่างเหมาะสม พร้อมลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ส่วนด้านความมั่นคง รัฐบาลจะเดินหน้าความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนา หัวใจสำคัญคือรัฐต้องทำงานร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ทำงานแยกกับประชาชน ต้องเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่รวมถึงเอไอมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย และการบริหารจัดการจุดผ่านแดน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ด้านการป้องกัน และบริหารจัดการภัยพิบัติ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติวงเงินรวมกว่า 142 ล้านบาท ทำการก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำของเทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองควนรัง จังหวัดสงขลา นอกจากนี้ รัฐบาลเห็นชอบการดำเนินการปรับปรุงโครงการแก้มลิงคลองเรียนอีกด้วย ที่สำคัญการประชุมวันนี้ได้เห็นชอบหลักการให้ปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากการรอรับเงินเยียวยาไปสู่ระบบการประกันภัยแบบครัวเรือน แนวทางนี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่าและมากกว่าระบบเดิมเมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นอกจากมาตรการเร่งด่วนดังกล่าว รัฐบาลยังเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคใต้ในระยะยาว ครม.ได้อนุมัติโครงการที่เกี่ยวกับการคมนาคมขนส่งในรูปแบบของรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 วงเงิน 106,798.32 ล้านบาท ซึ่งระยะระยะที่ 2 มีเส้นทางภาคใต้ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี , สุราษฎร์ธานี - ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ นอกจากนี้ ตนได้ขอให้สภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาเร่งการศึกษาในการเชื่อมต่อจากชุมทางหาดใหญ่ไปยังอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเดินหน้าโครงการสำคัญ เช่น สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 69 ได้เป็นสักขีพยานในการเร่งดำเนินการระหว่างกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม และผู้รับจ้าง ทำให้ภาคใต้ของประเทศไทยจะมีสะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่ที่จังหวัดกระบี่ไปยังเกาะลันตาน้อย และลันตาใหญ่
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การมาประชุมครม.ที่ภาคใต้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมในพื้นที่ แต่เป็นการนำปัญหาของประชาชนเข้าสู่การตัดสินใจของรัฐบาลโดยตรง เราไม่ได้รับฟังแล้วจบ แต่ต้องรับฟังแล้วลงมือทำ ซึ่ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพเป็นอย่างมาก ตนและครม.พร้อมรับฟังสนับสนุน และทำงานกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เราจะเดินหน้าพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างโอกาสสร้าง ความมั่นคง สร้างคุณ และภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน วันนี้เป็นการประชุมครม.นอกสถานที่ครั้งแรกของรัฐบาลนี้ ได้เห็นการขับเคลื่อนต่างๆ ที่เป็นไปในเชิงบวกอย่างมากมาย งบประมาณ 2570 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 ที่ทดแทนคนที่เกษียณอายุราชการ และผู้ที่ได้รับการกำหนดให้มาดำรงตำแหน่งใหม่ได้มาพบปะกันไม่มีการปกปิดอะไรกัน เพื่อที่การทำงานจะไม่เกิดช่องว่าง เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องไร้อุปสรรค
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการประชุมครม.นอกสถานที่ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้ตนคิดว่าคงต้องมีรูปแบบของการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ไปตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ขณะนี้กำหนดอย่างไม่เป็นทางการไว้ว่าในการประชุมครม.สัญจรครั้งต่อไปคงไปภาคอีสาน น่าจะเริ่มจากศูนย์กลางธุรกิจเศรษฐกิจในภาคอีสานโดยอาจเริ่มที่จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดต่อไป และพยายามไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด ตอนนี้เป็นระดับภาคก่อนแล้วค่อยเป็นระดับจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัดตามที่เวลาจะอำนวยในแต่ละช่วง
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการประกันภัยถ้วนหน้า ให้การคุ้มครองประชาชนประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยคุ้มครองภัย 3 แบบ คืออุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็นความคุ้มครองที่อยู่อาศัยวงเงินสูงสุด 100,000 บาท ต่อหลังคาเรือน/ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อไปและคุ้มครองชีวิต กรณีเสียชีวิตจ่ายผลประโยชน์รายละ 2 ล้านบาท โดยความช่วยเหลือเบื้องต้นสามารถจ่ายได้ภายใน 15 วัน และช่วยเหลือเพิ่มเติมภายในอีก 15 วันโดยภาครัฐจะเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปี
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ถ้าเทียบแล้วน้อยกว่าจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเรื่องของการเยียวยา ทั้งค่ารักษาพยาบาลค่าถุงยังชีพค่าตั้งศูนย์พักพิง ถือว่าเป็นการประกันความเสี่ยงถ้าไม่เกิดพายุเลยก็ถือว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าไม่ให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ ทั้งนี้ วงเงินที่คุ้มครองประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้ 45,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นไปตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายก ฯ และ รมว.คลัง คำนวณมาเบื้องต้น เราจะใช้จ่ายเงินที่น้อยลง แต่การคุ้มครองประชาชนจะเป็นจำนวนที่มากขึ้นซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
ภาพ : Yanawut Samphaothong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964