
วันนี้ (2 ต.ค. 69) เวลา 08.00 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง , พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม , นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ , นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย , นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย , พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ , นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตัวแทนจากเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล
นายกฯ กล่าวเปิดการประชุมว่า ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสำคัญและมาร่วมประชุม ซึ่งในวันนี้มีนายเอกนิติที่เป็นผู้ที่รับผิดชอบสภาวการณ์น้ำท่วมในเขตภาคกลาง รวมถึงมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมประชุมด้วย เพื่อติดตามความคืบหน้าของการปฏิบัติงานร่วมกัน และกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังถือว่าสถานการณ์โดยรวมได้มีการปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
นายกฯ กล่าวอีกว่า การประชุมเมื่อวานนี้ทำให้ทุกหน่วยงานได้รับทราบภาพรวมของสถานการณ์และได้เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนแล้ว โดยมีการบูรณาการและสนับสนุนให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้เข้าถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง ขณะเดียวกันก็ได้มีการจัดตั้งทีมอำนวยการเข้าถึงพื้นที่ในทุกพื้นที่เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือในทุกมิติ จึงขอเน้นย้ำว่าเราจะต้องใช้ชุดข้อมูลเพียงหนึ่งชุดเท่านั้น อย่าให้มีข้อมูลหลายชุด เพื่อให้ประชาชนไม่เกิดความสับสน พวกเราทั้งหมดจะได้ประเมินสถานการณ์บนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสับสน ลดความกังวล และลดความคลาดเคลื่อน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ขอให้ทุกหน่วยงานรวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ร่วมประชุมผ่านทางระบบออนไลน์เตรียมความพร้อมให้ดี เพราะจากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค. 69 มีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝนเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมในหลายพื้นที่ของประเทศ ดังนั้นการจัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ อาหาร ถุงยังชีพ รวมไปถึงแผนการจัดตั้งศูนย์พักพิง การเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ สำหรับพี่น้องประชาชน ตลอดจนการจัดทำแผนการเผชิญเหตุ ขอให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายกฯ กล่าวอีกว่า วาระสำคัญของการประชุมในวันนี้ คือจะติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการ รับทราบสถานการณ์ล่าสุดจากพื้นที่ ร่วมกันประเมินรับแผนงานและบูรณาการในการดำเนินงาน ยกระดับประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ครอบคลุม และเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด อย่างไรก็ตาม วันนี้เราประชุมกันเป็นวันที่สามแล้ว ดังนั้นการสรุปการประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ตนขอให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการประชุมพร้อมรับฟังข้อสรุปของหน่วยที่ได้รับมอบหมายให้ลงไปบริหารจัดการพื้นที่ ตลอดจนขอรับฟังความเห็น การร้องขอการสนับสนุน ปัญหาอุปสรรค และสิ่งที่ควรจะเป็นข้อมูลที่พวกเราทุกคนสามารถนำมาประกอบในการตัดสินใจได้
นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนคิดว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คลี่คลายลงไปเป็นผลมาจากการที่พวกเราทุกคนได้มีการร่วมแรงร่วมใจดำเนินการแก้ไขบริหารสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม เพราะสภาพฝนฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นจากนี้เป็นต้นไปยังไม่อยู่ในสภาวะที่ไว้วางใจได้ ดังนั้นการทำงานขอให้มีการจัดเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องในกรณีหากมีเหตุการณ์ที่จะต้องรับมือกับอุทกภัยในจังหวัดต่าง ๆ จะได้บูรณาการการทำงานและร่วมแรงกันไปแก้ไขปัญหาให้รวดเร็ว
ภายหลังการประชุม นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ว่า จากข้อมูลคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนจะเริ่มก่อตัวและเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 69 เป็นต้นไป และจะเริ่มตกหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงวันที่ 10-12 ต.ค. 69 จึงได้สั่งการกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยาวไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ให้เตรียมความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ เนื่องจากพบความชุกและความหนาแน่นของกลุ่มฝนในบริเวณดังกล่าว ส่วนพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางนั้น ปริมาณฝนยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่ากังวล ซึ่งจะช่วยให้การจัดงานประชุมระดับโลกอย่าง IMF World Bank ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการดูแลผู้ประสบภัย ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งให้ใส่ใจดูแลศูนย์พักพิงอย่างจริงจัง ต้องไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน แต่ต้องบริหารจัดการให้มีมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนยินยอมอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงมารับการคุ้มครองด้วยความเต็มใจ โดยต้องมีความพร้อมทั้งอาหาร การกิน ยารักษาโรค เครื่องนอน สบู่ ยาสีฟัน และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความสะอาดของห้องน้ำห้องท่า
ในด้านการบริหารจัดการและการระบายน้ำ นายกฯ กล่าวว่า มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมชลประทาน กองทัพ และกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดย กทม. และกรมชลประทานต้องเร่งประสานการระบายน้ำเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลลงสู่ทะเลโดยเร็ว ขณะนี้กองทัพเรือได้นำเรือผลักดันน้ำประมาณ 100 ลำ ออกไปกระจายเร่งผลักดันน้ำในพื้นที่หลายจังหวัด ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยากรณีแฟลตคลองจั่น ให้ยึดตามหลักเกณฑ์ของ ปภ. เป็นหลัก
นายกฯ กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนกรณีข่าวสารบนโซเชียลมีเดียขอให้ยึดถือข้อมูลการคาดการณ์สภาพอากาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือการแถลงข่าวของรัฐบาลและโฆษกสำนักนายกฯ เท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถรับผิดชอบข้อมูลจากเพจอิสระต่าง ๆ ที่ขึ้นมาตามฟีดข่าวได้
ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมถึงกรณีฝ่ายค้านออกมาประกาศตามหานายกฯ ทั้งที่ทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ นายกฯ กล่าวว่า ตนและทีมงานรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าฯ กทม. อธิบดีกรมชลฯ และกองทัพ ต่างมาประชุมร่วมกันทุกเช้าเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมกล่าวขอร้องสื่อมวลชนว่า อย่าถามคำถามลักษณะนี้เพื่อสร้างความขัดแย้ง เพราะถ้าตอบไปอีกฝ่ายก็ต้องตอบกลับ วันนี้ทุกคนควรมุ่งเน้นไปที่การทำงานในพื้นที่ เพื่อช่วยให้ประชาชนพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ให้เร็วที่สุด
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964