“ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ทางออกคนไทยพ้นจนต้องแก้ประชานิยม เสนอรัฐวางนโยบาย “กวาด-เจาะจง-เก็บตก” เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

2025-10-20 17:13 Punyaphon Rakcharoen

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) กล่าวถึงประเด็น “ประเทศไทยจะพ้นจนได้อย่างไร” โดยมองว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาความยากจนซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากข้อมูลสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำปี 2567 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยว่าประชากรที่ยากจนส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคเกษตร (45.49%) มีระดับการศึกษาต่ำ กระจุกตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ซึ่ง จังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุด คือ แม่ฮ่องสอน ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องเผชิญกับความยากจนคือ การขาดเงินออม ปัญหาหนี้สิน การขาดที่ดินทำกิน และการขาดทักษะอาชีพที่สร้างรายได้สูง   

โดยสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนคนจนในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2567 คือ “วงจรความเปราะบางทางเศรษฐกิจ” กล่าวคือ ผู้มีรายได้น้อยเผชิญปัญหาจากการขาดเงินออมมาจากรายได้ที่ไม่เพียงพอกับรายจ่ายประจำ และเผชิญภาระหนี้สินส่งผลให้ไม่สามารถดำรงชีพและลงทุนเพื่ออนาคตได้ ทำให้ยากต่อการหลุดพ้นจากความยากจน หากไม่มีการปฏิรูปเชิงนโยบายเพื่อเสริมศักยภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชนอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาภาครัฐมีความพยายามแก้ไขปัญหาความยากจนซึ่งมีข้อจำกัด ดังนี้

1) มาตรการที่ขาดประสิทธิภาพ: ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสวัสดิการของไทยและมีเจตนาที่ดีในการสร้างฐานข้อมูลและโอนเงินช่วยเหลือโดยตรง แต่ในทางปฏิบัตินั้นเกิดปัญหาการตกหล่นและคนจนจริงกว่าครึ่งไม่ได้รับสิทธิ์   

2) เน้นการสงเคราะห์เฉพาะหน้า: นโยบายส่วนใหญ่มักเป็นนโยบายประชานิยมที่เน้นการให้ความช่วยเหลือระยะสั้น เช่น การแจกเงิน หรือ การพักชำระหนี้ ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก และไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวได้

3) ไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง: ในปีงบประมาณ 2567 ในส่วนที่ควรใช้ยกระดับศักยภาพทุนมนุษย์ การปรับโครงสร้างการผลิต หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น กลับมีสัดส่วนเพียง 21.28% ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประชาชน

โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 ระดับ คือ ระดับมหภาค ระดับจุลภาค และระดับปักเจกบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

นโยบายระดับมหภาค : “กวาด” คนจนผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ภาครัฐต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางในการดำเนินนโยบาย   โดยจะต้องมีชุดนโยบายที่ผสมผสานกันในหลายระดับทั้งระดับมหภาค ซึ่งเป็นนโยบาย “กวาด” คนจนส่วนใหญ่ ที่มุ่งเน้นในการแก้ไขคนจนจำนวนมาก เป็นการกวาดคนส่วนใหญ่ให้พ้นจนผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภาพรวม เพื่อสร้างโอกาสและลดต้นทุนการใช้ชีวิตให้กับประชาชน

“นโยบายกวาดคนจนผ่านการขยายความเป็นเมืองอย่างชาญฉลาดและทั่วถึง”

โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์   ระบุว่ามีงานศึกษาจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาความเป็นเมือง ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการลดความยากจน ซึ่งอาจทำได้ ดังนี้

1) Urban Housing for All คือ การพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาประหยัดและบ้านเช่าในเมืองใหญ่และเมืองรอง ควบคู่ไปกับการรับรองสิทธิที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัดผ่านแนวคิด “โฉนดชุมชนในเมือง” เพื่อลดค่าใช้จ่าย สร้างความมั่นคงและป้องกันการถูกไล่รื้อ

2) Connected Cities คือ การลงทุนขยายระบบขนส่งสาธารณะราคาถูกให้เชื่อมโยงพื้นที่ชานเมืองและปริมณฑล พร้อมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Fiber/5G) ให้ครอบคลุม เพื่อลดต้นทุนการเดินทางและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและตลาด

3) Inclusive Urban Economy คือ การจัดตั้งกองทุนพิเศษและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุน SMEs และสตาร์ตอัปในเมืองรอง เพื่อสร้างงานและกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไม่ให้กระจุกตัวอยู่เพียงในกรุงเทพมหานคร   

4) Human Capital in Cities คือ การจัดตั้งศูนย์ยกระดับทักษะอาชีพในเขตเมืองที่ประชากรมีรายได้น้อย โดยเน้นทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ทักษะดิจิทัล โลจิสติกส์ และการดูแลสุขภาพ พร้อมทั้งประกันการเข้าถึงการศึกษาและบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ

นโยบายระดับจุลภาค : แก้ความจนแบบ “เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย” ตามพื้นที่ความยากจน

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า าครัฐควรมีนโยบายระดับจุลภาคที่มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจนต้องเจาะจงไปยังกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ที่มีปัญหาความยากจนรุนแรงเป็นพิเศษ ดังนี้   

1) การปรับเปลี่ยนโครงสร้างแรงงานภาคเกษตร

แรงงานภาคเกษตร (30%) ของกำลังแรงงานทั้งหมด แต่สร้าง GDP ได้เพียง 8% ซึ่งสะท้อนถึงผลิตภาพที่ต่ำมาก ภาครัฐจึงต้องมีนโยบายเชิงรุกในการ “ย้ายแรงงานภาคเกษตรสู่ภาคบริการและการผลิตที่มีผลิตภาพสูงกว่า” ผ่านการ Reskilling - Upskilling พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตร (Farm Mechanization) และการทำฟาร์มขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ยังคงอยู่ในภาคเกษตร   

2) การส่งเสริมบทบาททางเศรษฐกิจของผู้หญิง   

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ระบุว่า การลงทุนกับผู้หญิงถึงการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการแก้ไขปัญหาความยากจน จากงานวิจัย พบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มนำรายได้ไปใช้จ่ายเพื่อการศึกษาและสุขภาพของบุตรหลาน ดังนั้นภาครัฐควรดำเนินนโยบาย เช่น ขยายบริการศูนย์ดูแลเด็กให้ครอบคลุมนอกเวลาทำการ เพื่อให้ผู้หญิงมีเวลาในการทำงานมากขึ้น การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการหญิง การแก้ไขช่องว่างของรายได้และบำนาญระหว่างเพศชาย-หญิง รวมทั้งการสนับสนุนการรวมกลุ่ม ในรูปแบบสหภาพหรือสมาคม   เช่น โมเดล Self-Employed Women’s Association (SEWA) ในอินเดีย เพื่อสร้างเครือข่ายและอำนาจต่อรอง

3) การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เป้าหมาย

คือการประยุกต์ใช้แนวทางที่ประสบความสำเร็จในประเทศจีน โดยการ “จับคู่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ยากจน” เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกของแต่ละครัวเรือนและชุมชน และเชื่อมโยงกับมาตรการของรัฐที่เหมาะสม เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและวัดผลได้

ปัจเจกบุคคล :   รัฐควรสร้างหลักประกันพื้นฐานแบบ “เก็บตก” คนจนทุกคน

เกรียงศักดิ์ ได้ระบุว่า   ภาครัฐควรมีการดำเนินนโยบายแบบ “เก็บตก” เพื่อช่วยคนจนที่เหลือ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประชากรสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน แทนที่การพึ่งพิงเงินช่วยเหลือจากภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว ดังนี้

1) การพัฒนาสมรรถนะพื้นฐานสากล และ การรับประกันการมีงานทำ   (Universal Basic Competency - Job Guarantee)

คือ รัฐต้องเปลี่ยนจากการสงเคราะห์เป็นการสร้างศักยภาพ โดยส่งเสริมสมรรถนะพื้นฐานสากลให้กับประชาชนทุกคน ควบคู่ไปกับการพิจารณาโครงการรับประกันการจ้างงานที่รัฐเป็นนายจ้างทางเลือกสุดท้าย (Employer of Last Resort) จัดหางานในโครงการสาธารณประโยชน์ให้แก่ผู้ที่หางานไม่ได้ เพื่อสร้างหลักประกันด้านรายได้และความมั่นคง   

2) การแจกหุ้นแบบถ้วนหน้า และ กระแสทุนแบบต่อเนื่อง (Universal Share Holding - Passive Capital)

คือ ภาครัฐควรพิจารณานโยบาย “การแจกหุ้นแบบถ้วนหน้า” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองทุน โดยกระจายหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่มีศักยภาพให้แก่ประชาชนผ่านระบบการออมภาคบังคับ เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและมีรายได้จากเงินปันผล นอกเหนือจากรายได้ค่าจ้างเพียงอย่างเดียว

ท้ายนี้ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทยจะต้องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การตั้งรับ และให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าไปสู่การดำเนินนโยบายเชิงรุกที่มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างศักยภาพให้ประชาชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ดังนั้นข้อเสนอเชิงนโยบายทั้ง 3 ระดับตั้งแต่ การปรับโครงสร้างประเทศในระดับมหภาคและจุลภาค อีกทั้งสร้างหลักประกันให้รายบุคคล

“ภาครัฐต้องไม่มุ่งเน้นใช้งบประมาณไปกับนโยบายประชานิยม แต่ต้องมุ่งมั่นที่จะสร้างการเมืองให้สุจริต ไม่โกง ไม่มีการใช้เงินซื้อเสียงในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำ ดังนั้นแล้ว ประเทศไทยจะสามารถสร้างอนาคตที่ประชาชนทุกคน มีโอกาสหลุดพ้นจากความยากจนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน”   ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าว

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com

Tel. 099 569 5964