
Assoc. Prof. Sipim Sornbanlang, professor at the Political Science Major, Faculty of Social Sciences, Srinakharinwirot University/ Photo: Chayanan Deekaew via SAP NEWS
ได้มีโอกาสพูดคุยกับ รศ.ดร. ศิพิมพ์ ศรบัลลังก์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในเรื่อง “การจัดการปัญหาสแกมเมอร์ของรัฐบาลไทย” ท่ามกลางมาตรการปราบปรามที่จริงจังของนานาชาติ และการเปิดโปงสแกมเมอร์ที่เป็นมากกว่าการหลอกลวง แต่ขยายไปถึงการค้ามนุษย์ และการกักขังแรงงาน
กระแสความไม่พอใจสู่แรงกดดันของรัฐบาล
รศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าวว่า “ปัญหาสแกมเมอร์ เป็นปัญหาที่กระทบประชาชนไทยในทุกช่วงวัยและจะเป็นแรงกดดันที่สะเทือนถึงรัฐบาล เนื่องจาก ทุกคนเป็นเหยื่อ ทั้งถูกหลอกลงทุน หรือถูกหลอกให้รักเพื่อล่อลวงเอาเงิน ผลกระทบจากการตกเป็นเหยื่อของประชาชนจะเป็นแรงกดดันรัฐบาล เพื่อนำไปสู่มาตรการการแก้ไขที่จริงจังและเป็นรูปธรรมมากขึ้น”
ไทยกับการเป็นผู้นำโลกจัดการสแกมเมอร์
รศ.ดร. ศิพิมพ์ มองว่าไทยสามารถมีบทบาทนำในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ได้

The map shows Thailand’s geopolitics in the center of the scammer’s countries which is Cambodia, Myanmar, and Laos./ Photo: Shortandstories
“ไทยอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ คือ การถูกรายล้อมด้วยประเทศที่เป็นฐาสนสแกมเมอร์ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะไทยมีทรัพยากรด้านอินเตอร์เน็ตที่เข้มแข็งและเร็วที่สุดในภูมิภาค ดังนั้น หากประเทศเหล่านี้ใช้ทรัพยากรของไทยในการเพิ่มขีดความสามารถในการหลอกลวง ไทยก็สามารถที่จะเป็นผู้นำในการปราบปรามผ่านการยกเลิกการให้บริการอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดแข้งตัดขาแก๊งสแกมเมอร์ในการหาเหยื่อเพื่อหลอกลวง” รศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าว
นอกจากการตัดเน็ตซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์แล้ว รศ.ดร.ศิพิมพ์ กล่าวว่า “ปัญหาสแกมเมอร์ คือปัญหาของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งมาพร้อมความเป็นโลกาภิวัตน์ที่ไม่มีเส้นเขตแดนมากำกับ ดังนั้น ทุกประเทศต้องยกระดับปัญหานี้ให้เป็นภัยคุกคามร่วมกัน (Common Threat) เพื่อที่จะจัดการปัญหานี้ร่วมกัน และนำไปสู่แนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยสามารถเป็นผู้นำในการเจรจากับประเทศในภูมิภาคได้”
“สแกมเมอร์ = วาระแห่งชาติ” แล้วอะไรคือมาตรการ?

Photo: SAP NEWS
รศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าวว่า “รัฐบาลได้แสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาโดยการผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่ความจริงจังและชัดเจนที่มากขึ้นจะเป็นข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาลทำให้ประชาชนพอใจได้หรือไม่ เนื่องจากปัญหาสแกมเมอร์เป็นเรื่องที่กระทบทุกคน หากรัฐบาลไม่ปราบปรามอย่างจริงจัง ผลสะเทือนก็จะกลับมาสู่รัฐบาลเอง”
“ด้วยเงื่อนไขเวลาที่จำกัดของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้รัฐบาลควรจัดการปัญหานี้ด้วยความรวดเร็วและจริงจัง เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการจัดการสแกมเมอร์ และเพื่อเป็นตัวชี้วัดว่าไม่มีกลุ่มผลประโยชน์ในรัฐบาลหรือกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์อยู่”
ข้อเสนอพลังประชารัฐ – เพียงพอในการจัดการสแกมเมอร์หรือไม่?

Mr. Thirachai Phuvanatnaranubala as one of the representatives from Palang Pracharath Party proposed 6 measures to the government in order to suppress the Scammers./ Photo: Chayanan Deekaew via SAP NEWS
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐได้เสนอ 6 มาตรการในการจัดการแก๊งสแกมเมอร์ให้แก่รัฐบาล ประกอบด้วย
1.) การตัดไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต-น้ำมัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม
2.) การระงับการค้าทองให้กัมพูชา
3.) การจำกัดการเดินทางเข้าออกไทยของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์
4.) อายัดทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์
5.) การระงับการทำธุรกรรมจากธนาคารไทย
6.) การตรวจสอบบัญชีอย่างเป็นระบบ
โดยรศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าวว่า “มาตรการเหล่านี้เป็นข้อเสนอที่ดีและเป็นแนวทางที่ควรจะนำไปใช้ในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดผลกระทบในเชิงบวกอย่างมาก คือ ความร่วมมือระหว่างรัฐซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนมากกว่า”
ความพร้อมของไทยสู่การร่วมมือกับนานาชาติ

Mr. Wiroj Lakkhanaadisorn, MP from People’s Party, urged the government to declare the Scammers suppressing’ measure both domestic and international./ Photo: Chayanan Deekaew via SAP NEWS
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน ได้กล่าวว่ารัฐบาลควรจะชี้แจง 2 เรื่องสำคัญต่อประชาชนไทยและนานาชาติ คือ มาตรการปราบปรามที่ชัดเจนในระดับประเทศ และความพร้อมในการร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ และประเทศพันธมิตรในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
โดยข้อเรียกร้องของสส.วิโรจน์ที่ต้องการให้รัฐบาลแสดงความพร้อมในการร่วมมือกับนานาชาติ สอดคล้องกับข้อคิดเห็นของรศ.ดร. ศิพิมพ์ที่มองว่า “ความร่วมมือเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน”
“วิธีที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมกันต้องอาศัยวิธีการทางการทูต ซึ่งก็จะเป็นในส่วนที่กระทรวงการต่างประเทศจะเข้ามานำ ทั้งในการเจรจาทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อให้แนวทางการแก้ไขปัญหามีความชัดเจนและเป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน อันจะนำไปสู่การป้องกันไม่ให้ปัญหาทวีความรุนแรงมากขึ้น” รศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าว
ความท้าทายและอุปสรรคในการจัดการปัญหาสแกมเมอร์
หากดูจากตัวแบบการแก้ไขของเกาหลีใต้ จะเห็นการแก้ไขปัญหาที่มีความชัดเอง และอาศัยหลายกลไก ทั้งการจัดการภายในประเทศ อย่างการประกาศ “Code Black” เพื่อห้ามประชาชนเดินทางไปในบางพื้นที่ของกัมพูชา และความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่าง “สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ระหว่างเกาหลีใต้ และกัมพูชา ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาของไทย คือ ความร่วมมือทางด้านกฎหมาย และความจริงจังในการผลักดันความมั่นคงของมนุษย์
โดยรศ.ดร. ศิพิมพ์ ได้กล่าวถึงประเด็นความร่วมมือทางด้านกฎหมายว่า “สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ระหว่างเกาหลีใต้และกัมพูชา ทำให้กระบวนการในการดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะที่ในไทยยังไม่มีเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งถือเป็นข้อจำกัดในการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ ดังนั้น เมื่อเราเรียนรู้ว่าเรื่องความร่วมมือทางด้านกฎหมายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการแก้ไขปัญหา ก็อาจจะต้องทบทวนและนำไปสู่การเจรจาให้มีข้อตกลงร่วมกัน โดยอาจะทำเป็น MOU ก่อน และนำไปสู่การทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้านข้ามแดนร่วมกันในอนาคต”
อีกหนึ่งความท้าทายในการจัดการสแกมเมอร์ คือ การให้ความสำคัญต่อประเด็นความมั่นคงมนุษย์ของไทย “เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีความเป็นชาตินิยมสูง แต่เป็นชาตินิยมที่มีพลเมืองเป็นหัวใจสำคัญ เมื่อประชาชนของเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อที่ไหน รัฐบาลก็มองว่าอธิปไตยของรัฐไปตกอยู่ที่นั่นด้วย สะท้อนให้เห็นว่าชาตินิยมของเกาหลีใต้ มีมิติของความมั่นคงมนุษย์ ดังนั้น การที่ความมั่นคงของรัฐเดินควบคู่ไปกับความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องสิทธิมนุษยชน และสิทธิพลเมือง ถือเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ”

Photo: Chayanan Deekaew via SAP NEWS
ความเกี่ยวโยงของกลุ่มผลประโยชน์ในไทยต่อภาพลักษณ์ไทยบนเวทีโลก
รศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าวว่า “ในตอนนี้ ไทยเริ่มกลับมาบนเรดาร์การเมืองโลก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดเผยและโต้แย้งในข้อสงสัยของสังคมว่าเครือข่ายสแกมเมอร์มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์ในไทยจริงมั้ย รวมทั้งใช้โอกาสนี้ ในการบอกกับโลกว่าไทยให้ความสำคัญในการจัดการภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอาชญากรรมออนไลน์ซึ่งกระทบความเป็นอยู่ของประชาชนหรือความมั่นคงของมนุษย์”
“ที่ผ่านมา ความมั่นคงของรัฐและความมั่นของมนุษย์ในไทยเหมือนเป็นเหรียญคนละด้าน แม้จะมีความพยายามในการผลักดันความมั่นคงมนุษย์ให้เป็นประเด็นท้าทายของไทย” ดังนั้น เพื่อที่จะสร้างความน่าเชื่อถือทั้งต่อประชาชนในประเทศและเวทีโลก ไทยควรที่จะผลักดันเรื่องของความมั่นคงของมนุษย์ไปพร้อมๆกับความมั่นคงของรัฐ เพื่อที่จะทำให้รัฐมีความมั่นคงในทุกมิติ โดนประเด็นนี้ก็ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ไทยควรที่จะขับเคลื่อนเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีบนเวทีโลก

Korean detainees were deported to South Korea and faced legal actions./ Photo:Reuters
ถอดบทเรียนเกาหลีใต้ - ไทยทำได้หรือไม่?
“ปัญหาสำคัญ คือ ไทยกับกัมพูชายังไม่มีข้อตกลงในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกระบวนการในการทำกฎหมายร่วมกันน่าจะต้องใช้เวลาพอสมควร”
รศ.ดร. ศิพิมพ์ วิเคราะห์ว่า ด้วยเงื่อนไขด้านเวลาถือเป็นข้อจำกัดสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น กรณีที่เป็นไปได้ คือ การเจรจาและตกลงทำ Framework หรือ MOU เพื่อเป็นกรอบทำงานในระยะสั้นร่วมกัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เมื่อรัฐบาลชุดต่อไปเข้ามารับไม้ต่อ
ปัญหาสแกมเมอร์สู่ระเบิดเวลาของรัฐบาล
รศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าวว่า “ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขเวลาใดๆ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ คือ การพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ หากไม่ปราบอย่างจริงจังก็จะเป็นข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจปัญหาของประชาชนจริงๆ อีกทั้งปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่เพียงประชาชนไทย แต่ยังกระทบเรื่องอื่นๆ ในภูมิภาค อย่างเรื่องเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
“ที่ผ่านมา รัฐบาลหลายชุดก็มีความพยายามและความตั้งใจในการแก้ไขปัญหานี้ อย่างรัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็แก้ไขมาตลอด อาจมีขาดตอนบ้างเพราะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ดังนั้น หากรัฐบาลชุดนี้อยากใช้เวลาที่จำกัดเป็นช้อพิสูจน์ให้กับประชาชน ควรต้องยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งเพื่อทำให้ไทยปราศจากปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หรืออเผชิญปัญหานี้น้อยที่สุด เพราะนี่คือความมั่นคงของมนุษย์” รศ.ดร. ศิพิมพ์ กล่าว
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964