
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เด็กนักเรียนอย่างน้อย 50 คน สามารถหลบหนีออกจากกลุ่มคนร้ายติดอาวุธ หลังถูกลักพาตัวจากโรงเรียนคาทอลิกเซนต์แมรี (St Mary School) ในชุมชนปาปิริ รัฐไนเจอร์ ประเทศไนจีเรีย ซึ่งถูกโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเด็กนักเรียนกว่า 300 คน พร้อมครูและบุคลากรอีก 12 คน ถูกลักพาตัวหายไปจากโรงเรียนดังกล่าว ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าโรงเรียนไม่ปฏิบัติตามคำเตือนด้านความปลอดภัยของรัฐ ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน
รายงานระบุว่านักเรียนที่ถูกลักพาตัวมีอายุระหว่าง 10-18 ปี ขณะที่จำนวนผู้ถูกจับตัวประกันมีความคลาดเคลื่อนตามแต่ละแหล่งข่าว โดยบางรายงานระบุว่าเด็กถูกลักพาตัว 303 คน ส่วนอีกแหล่งระบุว่ามีมากถึง 315 คน โรงเรียนตั้งอยู่ใกล้ถนนสายหลักที่เชื่อมเมืองเยลวา-ม็อกวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แก๊งติดอาวุธมักใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวจากป่าที่ติดกับหลายรัฐที่มีความขัดแย้งเรื้อรัง
สมาคมคริสเตียนแห่งไนจีเรีย (CAN) ยืนยันว่า มีนักเรียนจำนวน 50 คน สามารถหลบหนีออกจากการควบคุมของกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ระหว่างวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ (22-23 พ.ย.) โดยต่างเล่าว่าเป็นการหลบหนีที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตราย เด็กทั้ง 50 คนถูกส่งตัวกลับไปหาครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม พระสังฆราช Bulus Dauwa Yohanna ประธาน CAN ในรัฐไนเจอร์ซึ่งเป็นผู้ดูแลโรงเรียน เผยว่ายังคงมีเด็กนักเรียนอีกอย่างน้อย 253 คน และครู 12 คน ยังตกอยู่ในความควบคุมของกลุ่มลักพาตัว ขณะที่แหล่งข่าวอื่นระบุว่าตัวเลขเด็กที่ยังหายสาบสูญอาจอยู่ที่ 265 คน สร้างความกังวลแก่ผู้ปกครองที่ยังคงรวมตัวกันที่โรงเรียนเพื่อรอฟังข่าวของบุตรหลาน
กองทัพเปิดปฏิบัติการค้นหา
รัฐบาลไนจีเรียส่งกำลังทหาร ตำรวจ และกลุ่มผู้พิทักษ์ท้องถิ่นเข้าปฏิบัติการค้นหาในพื้นที่ป่าและเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใช้เคลื่อนย้ายตัวประกัน แต่ล่าสุดยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ และยังไม่มีข้อมูลความคืบหน้าการกู้ภัยอย่างเป็นทางการ
การลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่โดยกลุ่มอาชญากรท้องถิ่นที่ถูกเรียกว่า “bandits” ได้ทวีความรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ทางการทำให้การจ่ายค่าไถ่เป็นสิ่งผิดกฎหมายเพื่อสกัดเงินทุนของกลุ่มอาชญากร แต่มาตรการดังกล่าวกลับแทบไม่ช่วยลดเหตุการณ์ลักษณะนี้
ทินูบูประกาศปรับโครงสร้างความมั่นคง

Nigerian President Bola Tinubu at the BRICS summit in Brazil this year. (Reuters: Adriano Machado)
ประธานาธิบดีโบลา ทินูบู สั่งการให้รับสมัครตำรวจเพิ่ม 30,000 นาย พร้อมสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่คุ้มกันบุคคลสำคัญ (VIP) กลับมาปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง หลังมีรายงานว่าตำรวจมากกว่า 100,000 นาย จากกำลังทั้งหมด 371,000 นาย ถูกจัดสรรไปดูแลนักการเมืองและชนชั้นนำจนเกิดช่องว่างด้านความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับบุคคลสำคัญที่ต้องการการอารักขาเพิ่มเติม ให้สามารถขอเจ้าหน้าที่ติดอาวุธจากหน่วยรักษาความปลอดภัยและการป้องกันพลเรือนของไนจีเรีย (NSCDC) แทน ประธานาธิบดีทินูบูย้ำว่ารัฐบาล “จะไม่หยุดพัก” จนกว่าตัวประกันทุกคนจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย พร้อมเลื่อนกำหนดการเดินทางไปร่วมประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้เพื่อมุ่งแก้ไขสถานการณ์ความมั่นคงอย่างเร่งด่วน
มาตรการฉุกเฉินนี้เกิดขึ้นขณะที่หลายรัฐ รวมถึงไนเจอร์ เคบี ควารา แคตซินา และโยเบ ประกาศปิดโรงเรียนจำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

เหตุลักพาตัวครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังคดีลักพาตัวเด็กหญิงกว่า 25 คนจากโรงเรียนประจำในเมืองมากา รัฐเคบี ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 170 กิโลเมตร ขณะที่ในรัฐควารา ผู้ว่าการเปิดเผยว่าตัวประกัน 38 คนจากเหตุโจมตีโบสถ์ Christ Apostolic Church ได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยในการโจมตีครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 2 คน
เสียงจากต่างประเทศ
สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ทรงแสดง “ความเศร้าอย่างยิ่ง” ต่อเหตุลักพาตัวครั้งใหญ่ในไนจีเรีย พร้อมเรียกร้องให้เร่งปล่อยตัวประกันโดยทันที และขอให้รัฐบาลตัดสินใจอย่าง “เหมาะสมและทันท่วงที”
ด้านอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวหาว่ารัฐบาลไนจีเรีย “ล้มเหลวในการป้องกันการข่มเหงชาวคริสเตียน” พร้อมขู่ถึงความเป็นไปได้ของ “ปฏิบัติการทางทหาร” รัฐบาลไนจีเรียปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าเป็น “การบิดเบือนความจริงอย่างร้ายแรง” และย้ำว่าผู้ก่อการร้าย “โจมตีทุกคนที่ไม่ยอมรับแนวคิดสุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็นมุสลิม คริสเตียน หรือไม่มีศาสนา”
นับตั้งแต่เหตุการณ์ลักพาตัวเด็กหญิงชิบ็อกในปี 2014 มีนักเรียนไนจีเรียถูกลักพาตัวแล้วมากกว่า 1,500 คน โรงเรียนกลายเป็นเป้าหมายที่กลุ่มอาชญากรใช้เพื่อสร้างแรงกดดันและเรียกร้องความสนใจ เหตุลักพาตัวล่าสุดแม้จะมีเด็ก 50 คน หลบหนีออกมาได้ แต่การที่ยังมีตัวประกันอีกกว่า 250 ชีวิตยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ได้เพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลทินูบูอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังเพิ่งประกาศปรับโครงสร้างตำรวจเพื่อแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในระดับประเทศ
แหล่งข่าว: ABC, BBC
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964