คืนความเป็นธรรมชาวโรหิงญา - ศาลโลกนัดไต่สวนคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เริ่ม 12 ม.ค

2025-12-24 17:46 Sukritta Tangteerawan

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เตรียมพิจารณาคดี ในข้อกล่าวหาว่าเมียนมาก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญา ในวันที่ 12-29 มกราคม 2026 โดยจะถือเป็นการพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสาระสำคัญครั้งแรกของศาลโลกในรอบหลายสิบปี และอาจสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ส่งผลต่อคดีอื่นในอนาคต รวมถึงคดีที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องอิสราเอลเกี่ยวกับสงครามในฉนวนกาซา

แกมเบียเป็นผู้ยื่นฟ้องเมียนมาตั้งแต่ปี 2019 โดยแกมเบียจะเป็นผู้นำเสนอข้อโต้แย้งฝ่ายโจทก์ ในวันที่ 12-15 ม.ค. ภายใต้การสนับสนุนจากองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ขณะที่ฝ่ายเมียนมาซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด จะชี้แจงวันที่ 16-20 ม.ค.

การพิจารณาครั้งนี้ ศาลโลกได้จัดสรรเวลา 3 วันสำหรับขั้นตอนการไต่สวนพยาน ซึ่งไม่ใช่ขั้นตอนที่พบได้บ่อย   โดยจะเป็นการไต่สวนแบบปิด รวมถึงไม่เปิดให้สาธารณชนและสื่อมวลชนเข้าร่วม

คณะสอบสวนข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ (U.N. fact-finding mission) ได้เคยระบุว่าปฏิบัติการทางทหารของเมียนมาในปี 2017 ส่งผลให้ชาวโรหิงญากว่า 730,000 ชีวิตต้องหลบหนีไปยังบังกลาเทศ ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายการกระทำอันเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตาม เมียนมาได้ออกมาปฏิเสธข้อสรุปดังกล่าว พร้อมระบุว่ารายงานฉบับนี้ทำบนฐานความอคติและมีความบกพร้อม อีกทั้ง ยืนยัน

ว่าการปราบปรามมีเป้าหมายต่อกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาที่ก่อเหตุโจมตี

คดีความนี้ถูกยื่นภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปี 1948 ซึ่งนิยามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาทำลายกลุ่มชนชาติ เชื้อชาติ ศาสนา หรือชาติพันธุ์ทั้งหมดหรือบางส่วน โดยทั้งเมียนมาและแกมเบียเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว ทำให้ศาลโลกมีอำนาจพิจารณาคดีนี้

การกระทำที่เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ระบุไว้อนุสัญญา ประกอบด้วย การฆ่าสมาชิกของกลุ่ม การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจของสมาชิกกลุ่มอย่างรุนแรง และการตั้งใจสร้างสภาพความเป็นอยู่ที่มีจุดประสงค์เพื่อทำลายกลุ่มนั้นทั้งทั้งหมดหรือบางส่วน

โดยนับตั้งแต่มีการบังคับใช้อนุสัญญาฉบับนี้ ศาลโลกเคยรองรับเหตุการณ์ว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพียง 1 ครั้ง คือ เหตุการณ์การสังหารหมู่ ณ เมืองซเรเบรนิซาในปี 1995 ซึ่งมีชายชาวมุสลิมกว่า 8,000 คนถูกสังหารในช่วงสงครามยูโกสลาเวีย

คำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในคดีนี้อาจมีความสำคัญต่อคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอนาคต โดยเฉพาะการที่แกมเบียและหลายประเทศ อย่างแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร เข้ามาแทรกแซงคดีนี้และโต้แย้งว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสังหารหมู่เท่านั้น

ประเทศที่เข้ามาแทรกแซงกล่าวในเอกสารที่ยื่นต่อศาลว่า ศาลไม่ควรเน้นเพียงจำนวนผู้เสียชีวิตเพื่อยืนยันเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ควรพิจารณาถึงการบังคับอพยพ อาชญากรรมต่อเด็ก รวมถึงอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพและความแตกต่างทางเพศด้วย

แหล่งที่มา: Reuters   

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964