
วันนี้ (15 มิ.ย. 69) ที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (ซอยเสือใหญ่) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับครูต้อ-ศีลดา รังสิกรรพุม ผู้จัดการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ถึงนโยบายการขยายการดูแลเด็กอ่อน
โดยนายชัชชาติกล่าวว่า การมาเยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมที่มีการดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 0-5 ปีในวันนี้ เนื่องจากเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญของเมือง เพราะพ่อแม่ต้องออกไปทำงานและไม่มีใครดูแลเด็ก จนทำให้หลายคนไม่อยากมีลูก หรือเมื่อมีแล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้ใครช่วยดูแล ซึ่งที่ผ่านมาสภา กทม. ได้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ตามหลักการแล้วรัฐไม่สามารถใช้หน่วยงานของตนเองมาดูแลเด็กทั้งหมดได้ เพราะปัจจุบันมีเด็กอายุ 0-6 ปี อยู่ประมาณ 250,000 คน จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานเอกชนเข้ามาช่วย โดย กทม. จะเข้าไปสนับสนุนค่าอาหารและค่าผู้ดูแล ทั้งนี้ สภา กทม. ได้มีการแก้ข้อบัญญัติให้สามารถสนับสนุนหน่วยงานเอกชนที่ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนได้แล้ว ซึ่งการดูแลเด็กนั้นมีความละเอียดอ่อนและต้องมีแนวทางดำเนินการต่อไป และเชื่อว่าแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. หลายคนก็มีนโยบายเรื่องนี้เพราะเป็นสิ่งสำคัญ

ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงทีมชัชชาติ ได้เผยถึงนโยบายดูแลเด็กอ่อนว่า แบ่งออกเป็น 3 หมวด โดยหมวดแรกคือ “การขยายการดูแลเด็กให้มากขึ้น” ซึ่งแม้ขณะนี้ปริมาณการเกิดของเด็กจะลดลง 17% แต่เด็กในการดูแลของ กทม. กลับเพิ่มขึ้นจาก 50,000 คน เป็น 60,000 คน โดยทีมตั้งเป้าจะขยายการดูแลให้ได้ถึง 80,000 คน ผ่านการร่วมมือกับเอกชน ทั้งการขยายศูนย์เด็กเล็กของเอกชน การขยายโครงการบ้านย่ายายหรือดึงผู้สูงอายุในชุมชนมาช่วยดูแล การขยายโรงเรียนอนุบาล ตลอดจนการเพิ่มศูนย์เด็กอ่อนในศูนย์บริการสาธารณสุขจากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 แห่ง ให้เพิ่มเป็น 13 แห่ง
หมวดที่ 2 คือ “การดูแลครูและกายภาพของศูนย์เด็กเล็ก” โดยข้อบัญญัติ กทม. ฉบับใหม่จะมีการอุดหนุนเงินเดือนครูที่มีวุฒิการศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น เพิ่มค่าอุดหนุนอาหารเด็ก พร้อมทั้งปรับปรุงโรงเรียนอนุบาลในสังกัด กทม. ให้ครบทั้ง 50 เขต และจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการผลิตครู และหมวดที่ 3 คือ “การสนับสนุนผู้ปกครอง” โดยจะเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็กตามสวนสาธารณะทั้ง 53 แห่งทั่วกรุงเทพฯ มีวัน Play Day ให้เด็กได้เล่นอิสระ มีห้องสมุดของเล่น รวมถึงจัดทำห้องเรียนพ่อแม่เพื่อสอนวิธีดูแลเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์
นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า เด็กคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเมือง และในอนาคตเด็กเหล่านี้จะเติบโตมาเป็นผู้ดูแลเมืองนี้ต่อไป โครงการต่าง ๆ จึงต้องสอดประสานกัน ซึ่ง กทม. ไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด แต่ต้องให้เอกชนเข้ามาช่วย โดยมี กทม. เป็นฝ่ายสนับสนุน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากขึ้นเพราะได้รับแรงบวกจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาขับเคลื่อนร่วมกัน
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964