ไทยเอาอย่างไรต่อ? หลังการเมืองโลกวุ่นวาย ซ้ำสหรัฐฯ ขึ้นภาษีไทย ผ่านมุมมอง “ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์”

2025-04-03 19:20 Teeravoot Sion

Assoc. Prof. Dr. Pongphisoot Busbarat, a faculty member of the Department of International Relations, Chulalongkorn University. / Photo: SAP News

ดร.พงศ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ไทยเข้าภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” หลังยุทธศาสตร์การต่างประเทศไม่ชัดเจน ซ้ำถูกภาษีจากสหรัฐฯ หนัก 36%

3 เมษายน 2568 ทางสำนักข่าว SAP News ได้เข้าสัมภาษณ์ ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอมุมมองสถานะของไทยในปัจจุบันต่อการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่ดุเดือด

ไทยวางตัวอย่างไรหลังระเบียบโลกรวน

ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ไทยพยายามสร้างความร่วมมือหลากหลาย เช่น การเข้าร่วมกลุ่ม BRICS การเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป เป็นต้น แต่ยังไม่ชัดเจนด้านยุทธศาสตร์หลายด้าน ซึ่งเสี่ยงหลายมิติด้านจุดยืน

“ถือเป็นข้อดีที่มีทางเลือกหลากหลาย และผลักดันเรื่องการค้าได้ แต่ข้อเสียคือ การไร้ยุทธศาสตร์ด้านจุดยืน จะทำให้ไทยเสียภาพลักษณ์ด้านการวางตัวบนเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความขัดแย้งของชาติมหาอำนาจ ไทยต้องแสดงจุดยืนที่เป็นไปตามมาตรฐานกฎกติการะหว่างประเทศ โดยไม่สื่อเป็นการเลือกข้างใดข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด” ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ กล่าว

Thailand is facing 'Dilemma' among tension between world's superpowers. / Photo: Asia Times


ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ เผยอีกว่า ไทยยังไม่ถึงจุดที่ต้องเลือกข้าง จากการที่ยังไม่อยู่ในสถานะสงคราม ตัวอย่างเช่น ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยก็ทำการเลือกข้างอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นต่อการปฏิบัติตามระเบียบโลกนำโดยชาติตะวันตกและสหรัฐฯ

แต่ในทางกลับกัน ไทยก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ไทยต้องพิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเลือกข้างได้เต็มสมบูรณ์ เพราะอาจเกิดการเสียเปรียบ จำเป็นต้องแบ่งรับแบ่งสู้

ในมิติของกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ามีคนที่มีความสามารถในการเจรจาต่อรองกับมหาอำนาจมากน้อยแค่ไหน แต่หากบทบาทด้านการปฏิบัติตามภาคการเมืองมากอาจทำให้เรากลายเป็นผู้พึ่งพาชาติมหาอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาในหลายด้าน ตัวอย่างเช่น การแก้ปัญหาหลอกลวงคอลเซ็นเตอร์โดยจีน ผ่านทางรัฐบาลไทย เป็นต้น

สหรัฐฯ ฟาดไทยแรง ขึ้นกำแพงภาษี 36%

U.S. President Donald Trump holds up a chart while speaking during a “Make America Wealthy Again” trade announcement event in the Rose Garden at the White House on April 2, 2025 in Washington, D.C./ Photo: Chip Somodevilla/Getty Images

จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงคำสั่งฝ่ายบริหาร “ขึ้นอัตราภาษีแบบแลกเปลี่ยน” (Reciprocal Tariff) หลายประเทศทั้งประเทศคู่แข่งและประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ จากชาร์จที่ทรัมป์เผย ประเทศไทยเก็บภาษีจากสหรัฐฯ 72% จึงทำให้ไทยถูกขึ้นภาษีส่งออกไปยังสหรัฐฯ 36%

ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ เผยว่า ตัวเลขดังกล่าวเกินความคาดหมายไปมาก จากการที่การเมืองสหรัฐฯ เอื้อให้ทรัมป์ต้องพิจารณาถึงผลประโยชน์ของอเมริกามากที่สุดโดยเล็งไปที่ประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในนั้น

ซึ่งตัวเลขที่ไทยเก็บภาษีจากสหรัฐฯ กว่า 72% คาดการณ์ว่าเป็นการเฉลี่ยจากสินค้าทุกประเภทที่ไทยนำเข้า

ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าประเภทยานยนต์ ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภท ซึ่งตลาดส่งออกอันดับต้นๆ คือ สหรัฐอเมริกา

ด้านพลเมืองสหรัฐฯ ต้องเตรียมรับผลกระทบจากการขึ้นภาษี คือ เงินเฟ้อที่สูงขึ้น สินค้าราคาแพง เนื่องจากต้นทุนสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ ทิ้งท้ายว่า ไทยยังขาดการเตรียมตัวในการขึ้นกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลยังขาดการมองกรณีที่เลวร้ายที่สุด ถือว่ายังขาดความพร้อมต่อการโต้กลับที่รุนแรงจากสหรัฐฯ

เหตุการณ์นี้ไทยต้องวางแผนอย่างมีกลยุทธโดยทันที เพื่อเจรจาลดอัตราภาษีกับสหรัฐฯ โดยอาจมีมาตรการแลกเปลี่ยนสินค้า และลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เช่น การเจรจาเช่า-จัดซื้อเครื่องบินจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น การซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การหาตลาดสำรองก็สำคัญเช่นกัน แม้เกิดภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เพราะเกือบทุกประเทศโดนกำแพงภาษีเกือบทั้งหมด จึงต้องหาช่องทางระบายสินค้าที่หลากหลาย เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา เป็นต้น

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com

Tel. 099 569 5964