
วันนี้ (14 ก.ค. 69) เวลา 14.00 น. ที่ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว นายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ อดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงและสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อสังเกตสำคัญว่า ตัวอาคารมีพื้นที่ประมาณ 700 กว่าตารางเมตร ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรูปแบบกิจกรรมภายในที่มีทั้งเวทีการแสดงและการเต้นรำ จึงถือว่าเข้าข่ายเป็น “สถานบริการ” แต่เนื่องจากทำเลที่ตั้งไม่ได้อยู่ในเขตผังเมืองที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ หรือ “โซนนิ่ง” (Zoning) จึงอาจเป็นอุปสรรคในการขอใบอนุญาตให้ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ นายวสวัตติ์ ย้ำว่า หากสถานที่แห่งนี้มีการจดทะเบียนและใช้งานเป็นสถานบริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎกระทรวงอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมร้ายแรงเช่นนี้ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการใช้วัสดุซับเสียงที่เป็นสารลามไฟ และการขาดแคลนระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ยิ่งไปกว่านั้น จากการสืบค้นข้อมูลในเบื้องต้นยังพบว่า อาคารดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ และที่ผ่านมาไม่เคยผ่านการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบอาคารภายนอก ซึ่งตามหลักการแล้ว หากผ่านการตรวจสอบอย่างถูกต้อง จะต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพอาคารที่ระบุชื่อผู้ตรวจสอบติดแสดงไว้ให้เห็นเด่นชัดที่ด้านหน้าสถานบริการ แต่จากการประเมินด้วยสายตาในวันนี้ กลับพบว่าอาคารนี้ผิดกฎหมายและไม่ได้มาตรฐานในทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางออก วัสดุตกแต่งที่เป็นเชื้อเพลิงลามไฟและก่อให้เกิดควันพิษจนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ตลอดจนระบบดับเพลิงต่าง ๆ
ส่วนข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับต้นเพลิงและจุดเกิดเหตุนั้น นายวสวัตติ์ ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งสืบสวนและเก็บกู้กล้องวงจรปิดไปตรวจสอบ เนื่องจากพบความผิดปกติบางประการ เช่น ระบบเบรกเกอร์ตัดไฟในบางจุดที่ทำงานไม่สอดคล้องกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้มุ่งเน้นการตรวจสอบไปที่บริเวณเหนือฝ้าเพดานเป็นหลัก เพื่อค้นหาจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดสำหรับระบุจุดต้นเพลิง ขณะเดียวกัน ได้มีการตั้งคำถามสำคัญถึงช่องโหว่ทางกฎหมาย กรณีที่ผู้ประกอบการตั้งใจเลี่ยงบาลีด้วยการไปจดทะเบียนในลักษณะของร้านอาหารที่มีเครื่องดนตรีแทนการจดทะเบียนเป็นสถานบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีราคาสูง ซึ่งในประเด็นนี้ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่ร่วมลงพื้นที่ยอมรับว่า เป็นช่องว่างทางกฎหมายที่เกิดจากข้อจำกัดเรื่องผังเมืองหรือโซนนิ่งจริง และหลังจากนี้เตรียมที่จะผลักดันเพื่อเสนอแก้ไขข้อบัญญัติร่วมกับพรรคการเมืองต่อไป
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964