DSI หอบสำนวน 54 แฟ้มส่ง ป.ป.ช. ฟันผิด 70 เจ้าหน้าที่รัฐ-เอกชน บิดเบือนคดี “แตงโม” ด้าน “ปานเทพ-อัจฉริยะ” ยันไม่ใช่การยุติคดี “แม่” เผยเหมือนยกภูเขาออกจากอก ตัดพ้อคนบนเรือหายหน้า!

2026-08-26 11:53 Nontawat Pinkeaw
ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px).jpg


วันนี้ (26 ส.ค. 69) เวลา 9.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ DSI ได้เดินทางมาพร้อมเอกสารสำนวนคดีแตงโมจำนวนหลายแฟ้ม เพื่อมอบให้ ป.ป.ช. พิจารณา พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้สำนวนคดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ป.ป.ช. แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือเนื้อหาในสำนวนได้เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดไว้ และการเปิดเผยอาจมีความผิดทางอาญา สำหรับเอกสารและสำนวนที่นำส่งมีจำนวนค่อนข้างมาก จากนี้จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบและพิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งหากมีการเรียกเข้าไปให้ถ้อยคำหรือขอเอกสารเพิ่มเติม ทาง DSI ก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ได้เดินทางมาร่วมติดตามการส่งสำนวนในครั้งนี้ด้วย โดยนายปานเทพ ระบุว่า คดีนี้เริ่มต้นจากการที่นายอัจฉริยะและคุณแม่แตงโมเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง DSI จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาของ DSI ในการรับเรื่องตั้งแต่แรก เมื่อพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนเพื่อชี้มูลความผิด ชัดเจนว่าไม่ใช่การยุติคดีตามที่มีคนพยายามปล่อยข่าวก่อนหน้านี้

ลายน้ำ (1).jpg

เอกสารที่ DSI นำมาส่งมอบในวันนี้มีทั้งหมด 54 แฟ้ม เอกสารนับหมื่นแผ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องและพยายามบิดเบือนความจริง หลังจากนี้ ป.ป.ช. มีเวลาพิจารณา 30 วัน โดยมี 2 ทางเลือก คือ 1. หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ร้ายแรงก็ส่งเรื่องกลับมาให้ DSI หรือ 2. หากเห็นว่ามีมูลหรือต้องการความร่วมมือเพิ่มเติม สามารถส่งเรื่องให้ DSI สอบสวนเพิ่มได้ เพื่อดำเนินการสั่งฟ้องต่อไป ทั้งนี้ การต่อสู้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า บุคคลสำคัญคือ นายอัจฉริยะ และแม่ของแตงโม ที่สละตัวเองเพื่อให้เข้าถึงข้อมูล และ DSI เองก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้เกี่ยวข้องอย่างมาก กระทั่งเมื่อวานนี้ยังมีการปล่อยข่าวอ้างว่าไม่มีข้อมูลและสั่งยุติคดีแล้ว แต่การนำสำนวนมาถึงขั้นตอนนี้ได้แสดงว่าคดีมีความคืบหน้าไปอีกขั้น

ด้าน นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน (แม่ของแตงโม) ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า ตนรู้สึกว่าอะไรที่อึดอัดได้หลุดออกไปหมดแล้ว เชื่อว่าเราใกล้จะถึงจุดหมายที่ทุกคนต้องการและคดีนี้จะยุติได้ในเร็วๆ นี้ แต่คงต้องรออีกหน่อยและเชื่อว่ามาถูกทางทั้งหมดแล้ว ยอมรับว่ายังเคืองใจคนบนเรือทุกคน และไม่ได้คุยกันเลยเพราะเขาไม่ได้มาดูแลแม่เหมือนที่เคยพูดไว้ตอนกราบเท้า หายกันไปเลยและไม่มีอะไรจะฝากถึงคนบนเรืออีก

ลายน้ำ (2).jpg

ขณะที่ นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงศ์ เปิดเผยว่า 4 ปีที่ผ่านมา ตนต้องต่อสู้และถูกตำรวจฟ้องถึง 6 คดี ซึ่งขณะนี้ศาลยกฟ้องไปแล้ว 4 คดี และสั่งไม่ฟ้อง 2 คดี ต่อให้ใครนำเรื่องนี้มาสู้ก็ไม่มีทางเอาชนะตนได้ โดยเฉพาะคดีที่ 3 ในศาลอาญาซึ่งรวมรายละเอียดสำคัญ ทั้งเรื่องการเคลื่อนย้ายศพและพยานหลักฐานต่างๆ ไว้ทั้งหมด

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ในช่วงสืบสวนสอบสวน ชุดสืบสวนถูกกดดันอย่างหนักจากที่ปรึกษารัฐมนตรี และล่าสุดก่อนที่จะมีการขออนุมัติส่งสำนวน มีหน้าห้องของผู้บริหารระดับสูงทำการสแกนสำนวนทั้ง 54 แฟ้ม พร้อมรายชื่อทั้งหมด ส่งไปให้ข้าราชการคนหนึ่ง จนทำให้ผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาร้ายแรงถึงขั้นโทษประหารชีวิตออกมาร้อนรนอย่างหนัก ทั้งนี้ สำนวนดังกล่าวได้แบ่งกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าราชการ (หมอ ตำรวจ อัยการ และเจ้าหน้าที่รัฐ) จำนวน 50 คน และกลุ่มเอกชน ผู้สนับสนุน พยานเท็จ รวมถึงกลุ่มทนายความ อีกประมาณ 20 คน รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 70 คน ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม แต่นำคดีกับกลุ่มบุคคลที่บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ทุจริตต่อหน้าที่ตามมาตรา 157 และ 200 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ลายน้ำ.jpg

สิ่งที่เรารอคอยมา 4 ปี ตนต้องเสียสละทั้งเงินทองและโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 36 ล้านบาท ตนอยากเห็นประเทศไทยไม่มีกรณีแบบน้องแตงโมอีก เพราะคดีนี้ถือเป็นคดีที่สุดอัปยศ มีการสร้างพยานหลักฐานเอกสารเท็จ ตัดต่อรูปภาพเรือที่ไม่ใช่ลำเกิดเหตุใส่ในสำนวนส่งศาลจังหวัดนนทบุรี แม้กระทั่งหมอนิติเวชก็เบิกความกลับไปกลับมา จากเดิมที่จะแถลงว่าบาดแผลเกิดจากของมีคม แต่สุดท้ายกลับไม่ยืนยันว่าเกิดจากใบพัดเรือ ให้พนักงานสอบสวนไปสืบสวนเอาเอง อีกทั้งยังพบการอ้างชื่ออธิบดี DSI ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ DSI 8 นายไปเป็นพยานในศาลจังหวัดนนทบุรีอีกด้วย

นายอัจฉริยะ ย้ำว่า แม้จะมีการสแกนเอกสารส่งให้ฝ่ายตรงข้ามจนรู้ไส้รู้พฤกษ์ แต่มันไม่มีประโยชน์เพราะความจริงบิดเบือนไม่ได้ บาดแผลที่ขาขวายังคงเป็นปริศนาที่ไม่มีใครตอบได้ เรื่องนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน เรามีหลักฐานกล้องวงจรปิดที่พิสูจน์ได้ว่าแซนไม่ได้นั่งท้ายเรือ แตงโมไม่ได้จับขาแซน และแตงโมไม่ได้อยู่บนเรือ คดีนี้ไม่ใช่เรื่องประมาทอย่างแน่นอน

ลายน้ำ (3).jpg

ในช่วงท้าย นายปานเทพ กล่าวเสริมว่า DSI ควรดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลสำนวน 54 แฟ้มไปเผยแพร่โดยไม่ถูกต้อง และขอทำความเข้าใจใหม่ว่า ป.ป.ช. ยังไม่ได้ชี้มูลว่าไม่มีความผิดหรือยกเลิกคดี การต่อสู้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมายังไม่หยุด เพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้แตงโมที่ถูกกล่าวหาว่าไปปัสสาวะท้ายเรือ ครั้งนี้ถือเป็นการนับหนึ่งที่ ป.ป.ช. หากกังวลว่าเรื่องจะถูกดอง หาก ป.ป.ช. เห็นว่าไม่ร้ายแรงก็ต้องส่งกลับ DSI ใน 30 วัน แต่ถ้าสั่งสอบสวนเพิ่มก็แปลว่ามีมูล ทั้งนี้ หากมีกรณีดองคดีเกิดขึ้น ตนและผู้เสียหายทั้งสองคน (คุณแม่และนายอัจฉริยะ) ก็พร้อมจะเร่งรัดหรือดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กับ ป.ป.ช. เช่นกัน โดยยืนยันว่ามีแผนสำรองเตรียมไว้ตลอดเวลา และจะเดินหน้าสู้ต่อไปจนกว่าคดีจะได้รับความยุติธรรม

ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com

Tel. 099 569 5964