“หนุ่ม กรรชัย” พบตำรวจแจงโอน 1 ล้านช่วยน้ำท่วม จี้มูลนิธิโปร่งใสเปิดยอดเงินทุกเดือน ชี้ “ความจริง” จะคุ้มครอง “บุ๋ม ปนัดดา”

2026-11-03 17:19 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px).jpg

วันนี้ (3 พ.ย. 69) เวลา 15.05 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายภูดิท กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม กรรชัย” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีการบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิองค์กรทำดี ของ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” โดยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบตำรวจว่า วันนี้มาตามคำเชิญของตำรวจสอบสวนกลาง กรณีบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดี จำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการบริจาคเพียงครั้งเดียว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อเดือนกันยายน 2567

เมื่อถามว่าการบริจาคเงินครั้งดังกล่าวเป็นการประกาศผ่านโซเชียลมีเดียหรือบริจาคเป็นการส่วนตัว หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกันหลังไมค์ แต่เป็นการเห็นว่ามีการเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางภาคเหนือ จึงรู้สึกว่าประชาชนในพื้นที่น่าจะได้รับความลำบากและตัดสินใจบริจาคเงินไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ส่วนสาเหตุที่เลือกบริจาคให้มูลนิธิองค์กรทำดี ทั้งที่มีหลายองค์กรเปิดรับบริจาคเช่นเดียวกัน นายกรรชัยกล่าวว่า หากจำไม่ผิด ในช่วงนั้นบริจาคเงินไป 2 แห่ง คือ มูลนิธิของ บุ๋ม ปนัดดา และอีกแห่งหนึ่งคือของ “กัน” โดยบริจาคให้ทั้งสองแห่งเป็นการส่วนตัว แห่งละ 1 ล้านบาท

เมื่อถามถึงกรณีเส้นทางการเงินของเงินบริจาค 1 ล้านบาท ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำไปใช้สร้างบ้านหรือโอนไปยังบุคคลอื่น จนทำให้เส้นทางการเงินดูสับสน หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า จริงๆ แล้วเวลาบริจาคเงินไปไม่ได้ติดใจว่าจะนำไปทำอะไรเป็นพิเศษ ขอเพียงให้เงินอยู่ในส่วนของมูลนิธิและนำไปช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น เข้าใจว่าในช่วงนั้นอาจมีผู้บริจาคเงินเข้ามาจำนวนมาก และอาจมีเงินเหลือที่จะนำไปทำอย่างอื่นได้ แต่ก็ขอให้อยู่ภายในองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชน

ลายน้ำ (2).jpg

เมื่อถามว่าตำรวจแจ้งหรือไม่ว่าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้แจ้งรายละเอียด เพียงขอให้เข้ามาให้ข้อมูล จึงสอบถามว่ามีใครได้รับเชิญมาบ้าง ซึ่งตำรวจแจ้งว่าน่าจะมี นายพุทธ อภิวรรณ รวมถึง ชมพู่ และ เบลล่า จึงตอบตกลงว่าจะเข้ามาให้ข้อมูล ส่วนเอกสารที่เตรียมมามีเพียงสำเนาสลิปการโอนเงินเท่านั้น

เมื่อถามว่าการบริจาคเงิน 1 ล้านบาทในครั้งนั้นคิดถึงเรื่องการนำไปลดหย่อนภาษีหรือเกี่ยวข้องกับธุรกรรมของบริษัทหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ไม่ได้คิดจะขอลดหย่อนภาษี เพราะในตอนนั้นมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเท่านั้น และไม่ได้ขอใบหักภาษีแต่อย่างใด

ส่วนรู้สึกเสียดายเงินบริจาคหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า โดยส่วนตัวเมื่อบริจาคไปแล้วก็ไม่รู้สึกเสียดาย เพราะถือว่าได้ทำบุญไปแล้ว แต่หากใครนำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ก็ต้องรับผลจากสิ่งที่ตนเองทำ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

เมื่อถามว่ารู้สึกผิดหวังหรือไม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าเงินถูกนำไปใช้จ่ายในช่วงใดหรืออย่างไร จึงยังไม่รู้สึกผิดหวัง แต่หากท้ายที่สุดพบว่ามีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริง โดยเงินที่ตนเองบริจาคระบุชัดเจนว่าเพื่อสมทบทุนฟื้นฟูน้ำท่วม แต่กลับนำไปใช้ในส่วนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน ก็ย่อมรู้สึกผิดหวัง โดยเฉพาะหากนำไปซื้อบ้าน ซื้อกระเป๋า หรือใช้จ่ายอย่างอื่นที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้

ลายน้ำ (1).jpg

กรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่าเป็นเรื่องของคนใกล้ตัวที่ไว้วางใจ และกำลังพยายามหาเงินมาคืนให้มูลนิธิ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ไม่กล้าวิจารณ์ เพราะเป็นสิทธิ์ของบุ๋มที่จะชี้แจง แต่ตนเองกับบุ๋มรู้จักกันมานาน ตั้งแต่สมัยยังเด็กและเป็นวัยรุ่น จึงอยากเป็นกำลังใจให้ และอยากให้เป็นไปอย่างที่บุ๋มพูดจริง ๆ ว่าถูกหลอก อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือเส้นทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวนและเป็นกระบวนการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนกรณีที่ นายก็อต อธิป ออกมาระบุว่าขอรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น และยืนยันว่า บุ๋ม ปนัดดา ไม่รู้เรื่อง หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องแปลก หากนายก็อตหลอกบุ๋มมาตั้งแต่แรก เหตุใดจึงไม่ออกมาพูดตั้งแต่แรก และการออกมาพูดล่าช้าเกินไปหรือไม่ เพราะทำให้บุ๋มต้องเดือดร้อนตามไปด้วย โดยวันที่นายก็อตโฟนอินเข้ามาพูดในรายการของตนเอง ก็ยังรู้สึกว่าคำชี้แจงไม่ชัดเจนและยังไม่เคลียร์

เมื่อถามว่าการเป็นคู่ชีวิตกันแต่ไม่รับรู้เรื่องบางอย่างของกันและกันถือเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ นายกรรชัย กล่าวว่า เรื่องภายในครอบครัวเป็นเรื่องที่แต่ละครอบครัวมีขอบเขตของตัวเอง จึงไม่ขอก้าวก่าย แต่สิ่งที่ผิดสังเกตคือคำพูดของช่างเอ๋หรือผู้รับเหมาก่อสร้างที่ไม่ตรงกับคำชี้แจงของอีกฝ่าย เพราะฝ่ายนายก็อตระบุว่าบุ๋มไม่รู้เรื่องการสร้างบ้านพักพูลวิลล่า ขณะที่บุ๋มเองก็ระบุว่าไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่ช่างเอ๋กลับบอกว่าบุ๋มรู้เรื่องตั้งแต่แรก จึงทำให้เกิดความสับสนว่าตกลงใครพูดจริงหรือใครพูดโกหก

ส่วนหลังจากมีการโฟนอินเข้ามาในรายการโหนกระแส ได้พูดคุยกับบุ๋มเป็นการส่วนตัวเพิ่มเติมหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า มีการส่งข้อความผ่าน LINE พูดคุยกันบ้าง แต่เป็นเพียงการส่งอีโมจิ ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมาก

เมื่อถามว่าทำไมคนในวงการบันเทิงหรือผู้มีชื่อเสียงหลายคนจึงเลือกบริจาคเงินให้บุ๋มเป็นจำนวนมาก หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของความไว้ใจ เช่นเดียวกับตนเองที่ไม่ได้บริจาคให้บุ๋มเพียงคนเดียว แต่จะบริจาคให้คนใกล้ตัวหรือคนที่ไว้ใจ รวมถึงมูลนิธิอื่นๆ เช่น มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โดยไม่ได้เลือกว่าจะต้องเป็นองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่หากเห็นคนใกล้ตัวลงพื้นที่ช่วยเหลือและได้เห็นการทำงานจริง ก็ทำให้เกิดความไว้ใจและตัดสินใจบริจาคให้ เช่นเดียวกับบุ๋มที่เห็นการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด

เมื่อถามว่าการที่คนบริจาคเงินด้วยความไว้ใจ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างไร หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้รู้สึกเลวร้าย เพราะต้องรอให้ข้อเท็จจริงปรากฏเป็นรูปธรรมก่อนว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ขณะนี้ยังเป็นข้อกล่าวหา แม้อาจมีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชี้ไปถึงบุ๋ม แต่บุ๋มก็มีสิทธิ์ชี้แจง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ

ส่วนได้พูดคุยกับเพื่อนในวงการบันเทิงคนอื่น ๆ ที่บริจาคเงินให้มูลนิธิหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกับใคร มีเพียงคุยกับ พุทธ อภิวรรณ เมื่อวานนี้ โดยโทรศัพท์ถามว่าจะเดินทางมากี่โมง ตอนแรกตั้งใจจะมาพร้อมกัน แต่พุทธต้องมาในช่วงเช้าเพราะมีงานช่วงเย็น ส่วนตนเองต้องมาในช่วงเย็นเพราะมีงานช่วงเช้า จึงไม่ได้พูดคุยเรื่องอื่น

เมื่อถามว่า บุ๋ม ปนัดดา จะกลับมายืนในจุดเดิมได้หรือไม่หลังจากชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดแล้ว หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า คงต้องใช้เวลา หากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่บุ๋มพูดจริงว่าถูกหลอก ก็ต้องให้เวลา เพราะการกลับมาสร้างความเชื่อมั่นในระยะเวลาอันรวดเร็วคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อบุ๋มอาจหายไป และต้องอยู่กับคำครหาไปอีกระยะหนึ่ง แม้ท้ายที่สุดบุ๋มจะบริสุทธิ์ แต่ก็อาจยังมีคนพูดถึงเรื่องที่บริจาคเงินไปแล้วถูกสามีหลอก ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่ตามหลอกหลอนบุ๋มต่อไป

ส่วนมีคำแนะนำอะไรถึงบุ๋มหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า คงแนะนำได้ยาก แต่อยากให้บุ๋มพูดความจริงทั้งหมด เพราะความจริงเป็นสิ่งที่จะปกป้องตัวเราเองได้ แม้วันนี้จะมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น แต่หากพูดความจริง สิ่งเหล่านั้นก็จะกลับมาคุ้มครองตัวเอง หากไม่ได้ทำผิดก็จะไม่ผิด แต่หากมีส่วนที่ผิดจริง การพูดความจริงก็อาจทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบาได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งที่บุ๋มได้กระทำไว้

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นก่อนบริจาคเงินในอนาคตหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า เท่าที่ทราบประเทศไทยมีมูลนิธิอยู่ค่อนข้างมาก และเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของออยศรีที่ต้องการให้ตรวจสอบมูลนิธิต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นมูลนิธิของภาครัฐ โดยมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตนเองยังคงบริจาคเงินต่อไป เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับมาควรแบ่งปันกลับคืนให้ประชาชนด้วย เนื่องจากการที่ตนเองมีวันนี้และมีรายได้จากโฆษณาก็เพราะคนดู จึงแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก รวมถึงเป็นทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสและนำไปปรับปรุงห้องเรียนในโรงเรียน

ลายน้ำ.jpg

หนุ่ม กรรชัย กล่าวต่อว่า ยังเชื่อมั่นว่ามีคนดีๆ ที่นำเงินบริจาคไปส่งต่อให้ถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง แต่สิ่งที่อยากขอร้องคือมูลนิธิต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ควรเปิดเผยยอดเงินรับบริจาคและรายจ่ายให้ประชาชนเห็นทุกเดือน เพราะไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดเผยว่าในแต่ละเดือนมีเงินเข้ามาเท่าไหร่ และนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง พร้อมกระทบยอดบัญชีและเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

“การที่คุณลงพื้นที่ไปช่วยคน น้ำขึ้นเจ็ตสกีไปนู่นนี่นั่น ผมว่าแม่งยากกว่าการที่คุณจะออกมาชี้แจงในแต่ละเดือนว่าเงินเท่าไหร่ ทำไมคุณทำกันไม่ได้ มันยากตรงไหน ผมก็ไม่ได้มองว่ามันยาก อันนั้นคุณจะดูสง่างามด้วยซ้ำ”

ส่วนหากต้องบริจาคเงินให้มูลนิธิสักแห่ง จะพิจารณาจากอะไรเป็นอันดับแรก หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า คงต้องดูว่าเป็นมูลนิธิที่ทำงานการกุศลจริงหรือไม่ รวมถึงเป็นมูลนิธิที่ภาครัฐให้การรับรองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้อินฟลูเอนเซอร์ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนต้องเสียกำลังใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่ทำถือเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว และตนเองคงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลงไปลุยน้ำหรือเผชิญภัยพิบัติต่างๆ จึงยังต้องพึ่งพาคนที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือเหล่านี้

ลายน้ำ (3).jpg

หนุ่ม กรรชัย ย้ำว่า ความเชื่อใจเกิดจากความโปร่งใส หากทำให้ประชาชนมั่นใจได้ด้วยการชี้แจงว่าในแต่ละเดือนนำเงินไปทำอะไรบ้าง และเปิดเผยตัวเลขให้ตรวจสอบได้ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องเดือดร้อน เพราะเงินบริจาคเป็นเงินของประชาชน หากรับบริจาคมา 100 บาท ก็ควรแสดงยอดให้เห็น 100 บาท หรือรับมา 1 ล้านบาท ก็ต้องเปิดเผยให้เห็น 1 ล้านบาท หากไม่เปิดเผยตั้งแต่แรก เมื่อเกิดปัญหาขึ้นและออกมาขอความเห็นใจจากประชาชน ก็อาจทำให้ประชาชนรู้สึกผิดหวังได้

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึง บุ๋ม ปนัดดา ซึ่งขณะนี้สังคมกำลังจับตามองอยู่หรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า อยากให้พูดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะความจริงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องตัวเองและครอบครัว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นเงินของประชาชน อย่าลืมว่าคนบางคนอาจมีฐานะยากจน ไม่มีเงินมากนัก หาเช้ากินค่ำได้วันละ 100-200 บาท แต่ยังควักเงิน 100 บาท หรือแม้แต่ 10 บาทมาบริจาคให้ เพราะต้องการส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ที่เดือดร้อน เงินจำนวนดังกล่าวอาจเป็นเงินที่ต้องทำงานถึง 3-4 วันกว่าจะได้มา แต่พวกเขาก็ยังเต็มใจมอบให้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องกลับไปคิดว่าควรทำเช่นนี้หรือไม่

ลายน้ำ (4).jpg

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าเงินบริจาคเพื่อการกุศลถูกนำไปซื้อสินค้าแบรนด์เนม หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่ได้ยินข่าวมาบ้าง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ตำรวจต้องตรวจสอบและชี้แจง

สำหรับกรณีที่เคยพูดในรายการโหนกระแสว่าเพิ่งทราบว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการสร้างพูลวิลล่านั้น หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า การก่อสร้างดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว และเป็นการก่อสร้างบ้านของตนเอง แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจคือมีเส้นทางการเงินที่พบว่ามีการเรี่ยไรเงินและมีเงินออกในวันเดียวกัน ก่อนที่เงินจะไปถึงมือช่างเอ๋ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจ

ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964