
วันนี้ (23 มิ.ย. 69) เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ AirAsia MOVE หนึ่งในแพลตฟอร์มตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ Online Travel Agency (OTA) ชั้นนำของเอเชีย ลงนามความร่วมมือเพื่อเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทาง Amazing 5 Economy ของ ททท. โดยเฉพาะมิติ Platform Economy ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการเชื่อมโยงประสบการณ์การเดินทางระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อภายใต้กรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะเวลา 3 ปี

โดยมีนายนรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา Head, Country Representative (Thailand) ขึ้นบนเวทีเพื่อเสวนา หัวข้อ “AirAsia MOVE : Seamless Journey, Amazing Thailand” และ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ น.ส.นาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE เป็นผู้ลงนาม
โดย 2 องค์กรจะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยผสานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมนักเดินทางและศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัลของ AirAsia MOVE เข้ากับแคมเปญ “5 Must Do in Thailand” ของ ททท. ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจโดยตรงให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่นทั่วประเทศ และสนับสนุนการดำเนินงานของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศไทยพร้อมส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอด 365 วัน เพื่อสร้างการกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง ททท. และ AirAsia MOVE ในงาน “TAT x MOVE: Seamless Journey, Amazing Thailand” AirAsia MOVE ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวและแนวโน้มสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยอ้างอิงจากข้อมูลการจองและพฤติกรรมนักเดินทางบนแพลตฟอร์ม AirAsia MOVE ทั่วภูมิภาค ได้แก่
1.เอเชียยังคงเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยมาเลเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย ยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม AirAsia MOVE สะท้อนถึงความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยที่ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่องจากทั่วภูมิภาคเอเชีย
2.กลุ่ม Millennials และ Gen Z ยังคงเป็นกำลังสำคัญของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนักเดินทางอายุ 30–39 ปี ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในหลายตลาดสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเดินทางที่มีความเฉพาะตัวและมีความหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย วัฒนธรรม อาหาร และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
3.การท่องเที่ยวแบบอิสระ (FIT) กลายเป็นรูปแบบการเดินทางหลัก โดยนักเดินทางแบบ Solo Traveller มีสัดส่วนสูงถึง 59.57% ของการจองทั้งหมด สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวแบบอิสระ (Free & Easy Travel) และการเปลี่ยนผ่านจากการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์สู่การออกแบบประสบการณ์การเดินทางด้วยตนเอง
4.อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่สำคัญของประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวอินเดียยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสำหรับประเทศไทย โดยนักเดินทางแบบครอบครัวและกลุ่มใหญ่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 43% ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินทางมายังประเทศไทย และจำนวนมากมีระยะเวลาพำนักอยู่ระหว่าง 7–15 วัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวอินเดียยังสร้างค่าใช้จ่ายต่อการจองสูงที่สุดบนแพลตฟอร์มอีกด้วย
5.อินโดนีเซียสะท้อนศักยภาพด้านความภักดีต่อแบรนด์และโอกาสการเติบโตของตลาดคุณภาพ แม้นักเดินทางแบบคู่รักจะมีสัดส่วน 24.71% ของการจองจากอินโดนีเซีย แต่ข้อมูลยังสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งของนักเดินทางอินโดนีเซียกับระบบนิเวศของ AirAsia MOVE โดย 73.4% ของจำนวนที่นั่งที่จำหน่ายมาจากสมาชิก AirAsia Members สะท้อนถึงความภักดีต่อแบรนด์และแนวโน้มการเดินทางซ้ำในระดับสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับจุดหมายปลายทางอย่างกระบี่ เชียงใหม่ และสมุย ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ท้องถิ่น ธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการพักผ่อนที่มีคุณภาพ
6.สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดระยะไกลที่มีมูลค่าสูง นักเดินทางอายุ 50 ปีขึ้นไป คิดเป็น 32% ของนักเดินทางจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกตลาด โดยมีอัตราการจองแบบไป-กลับสูงถึง 77% สะท้อนถึงพฤติกรรมการพำนักระยะยาว การใช้จ่ายในระดับสูงและการใช้ประเทศไทยเป็นประตูสู่การเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
7.นักท่องเที่ยวเอเชียตะวันอนาคต (เอเชียตะวันออก) ยังคงเป็นกลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังใช้จ่ายสูง นักเดินทางจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ยังคงแสดงศักยภาพด้านการใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง โดยมากกว่า 70% นิยมเดินทางมาพำนักในประเทศไทยระหว่าง 1–5 วัน ซึ่งสร้างโอกาสสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียม การท่องเที่ยวระยะสั้น การท่องเที่ยวเชิงเทศกาล และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวสะท้อนถึงพฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในการพัฒนาประสบการณ์การเดินทางที่มีความเฉพาะตัว มีคุณค่า และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดย AirAsia MOVE ยังคงมุ่งมั่นในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวในการทำความเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ และเชื่อมโยงนักเดินทางสู่ประสบการณ์ที่ดีที่สุดของประเทศไทยอย่างไร้รอยต่อ
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964