
วันนี้ (10 ก.ค. 69) จากกรณีเกิดอุบัติเหตุน้ำใต้ดินทะลักเข้าท่วมอุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) บริเวณวงเวียนใหญ่ ทางด้าน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และที่ปรษาคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ศ.ดร.อมร เปิดเผยผลการตรวจสอบว่า ตนได้ลงพื้นที่ดูหน้างานทั้งหมด 2 จุด โดยจุดแรกคือตัวอาคาร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีรอยแตกร้าวจริง โดยอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้เคียงกับบ่อก่อสร้าง ซึ่งตามปกติของการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน จะต้องมีการขุดบ่อบริเวณจุดที่ต่ำที่สุดของอุโมงค์ เพื่อทำหน้าที่รองรับน้ำที่ตกค้างภายในอุโมงค์แล้วจึงสูบออก
จากการตรวจสอบแบบแปลน ในพื้นที่ก่อสร้างลักษณะนี้จะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการฉีดสารเคมีและซีเมนต์ เพื่อให้ดินเกิดการแข็งตัวในระดับหนึ่งก่อน เมื่อเจาะเข้าไปแล้วจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำทะลักขึ้นมา ทว่าในกรณีนี้ยังคงเป็นประเด็นคำถามเนื่องจากได้รับข้อมูลว่าการก่อสร้างเสร็จสิ้นหมดแล้ว จึงจำเป็นต้องไปตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกอีกครั้งว่า การปรับปรุงดินนั้นครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดหรือไม่ เพราะหากดำเนินการถูกต้องตามแบบ โอกาสที่น้ำจะซึมเข้าสู่อุโมงค์ควรจะมีน้อยลง

สำหรับมาตรการที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือการเสริมซีเมนต์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ชั้นดินรอบ ๆ และลดการไหลของน้ำที่จะเข้าไปในอุโมงค์ ทั้งนี้ ศ.ดร.อมร ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่น้ำ แต่คือดินที่อาจไหลตามน้ำเข้าไป เพราะหากดินไหลเข้าสู่อุโมงค์จะส่งผลให้ถนนเกิดการทรุดตัวและกระทบต่ออาคารข้างเคียง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างมานาน หากชั้นดินขยับก็อาจส่งผลให้อาคารเกิดการทรุดตัวตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยได้เข้ามาดำเนินการวัดขนาดและเก็บข้อมูลของตัวอาคารไว้ตั้งแต่วันก่อนหน้า (9 ก.ค. 69) เพื่อใช้เป็นค่าอ้างอิงหลัก และในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค. 69) จะมีการเข้าตรวจวัดซ้ำอีกครั้ง เพื่อมอนิเตอร์อัตราการยุบตัวแบบวันต่อวัน ซึ่งตัวเลขนี้จะส่งผลต่อการแตกร้าวของอาคาร และเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า มาตรการลดแรงดันน้ำด้วยการเจาะบ่อบาดาลระดับลึกเพื่อสูบน้ำออกและลดแรงดันนั้น ประสบความสำเร็จหรือไม่
นอกจากนี้ ยังอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดฝันเอาไว้ด้วย หากมาตรการข้างต้นไม่ได้ผลจำเป็นต้องมีแผนสำรอง ซึ่งปัจจุบันมีการหารือถึงแนวทางการอัดน้ำเข้าไปเพื่อสร้างแรงดันต้าน เนื่องจากบริเวณนี้เป็นจุดต่ำสุด หากยิงน้ำเข้าไปจากทั้งสองฝั่ง น้ำจะเข้าไปสถิตอยู่ในจุดต่ำสุดและช่วยดันไม่ให้ทรายรวมถึงดินไหลเข้ามาได้

ศ.ดร.อมร ยังเสนอแนะให้พิจารณาใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าช่วย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ทำให้ดินแข็งตัว และสิ่งสำคัญเร่งด่วนในขณะนี้คือต้องคอยเฝ้าระวังและเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามากับอัตราการสูบน้ำออกว่าสมดุลกันหรือไม่ หากสูบออกได้ทันก็จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการตรวจวัดการทรุดตัวของพื้นผิวถนนทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะยังเห็นการทรุดตัวเพิ่มขึ้นอยู่บ้าง เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการซ่อมแซมใต้ดิน จึงไม่สามารถคาดหวังให้หยุดทรุดตัวลงในทันทีได้
สำหรับจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือ บริเวณที่เป็นแอ่งกระทะซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อ โดยอาคารที่อยู่ใกล้เคียงจุดนี้จะอันตรายที่สุดเพราะเปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางที่คอยดูดทุกอย่างเข้าไป อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป หากนำไปเปรียบเทียบกับกรณีหลุมยุบที่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เหตุการณ์นั้นเป็นช่วงอุโมงค์ที่เชื่อมต่อกับตัวสถานี ซึ่งตัวสถานีมีช่องโหว่และพื้นที่โล่งจำนวนมาก ดินจึงไหลเข้าไปได้ง่าย แต่สำหรับจุดนี้เป็นจุดต่ำสุดของอุโมงค์ที่มีบ่ออยู่ด้านล่าง แม้จะมีโอกาสที่ดินจะไหลเข้าไปแต่ปริมาตรอาจไม่ได้มากนัก ประกอบกับกรณีนี้มีการปรับปรุงดินบริเวณบ่อให้แข็งตัวไว้ระดับหนึ่งแล้ว แตกต่างจากกรณีหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่เป็นชั้นดินเหนียวและมีการปรับปรุงดินตามแบบ จึงมีความแตกต่างกันพอสมควร

ศ.ดร.อมร กล่าวต่อไปว่า ขอให้รอติดตามผลการตรวจวัดตัวอาคารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณเตือนของการยุบตัวเพิ่มเติม ซึ่งแสดงว่าอาจจะยังควบคุมสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ต้องฟังรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพราะหากมีฝนตกหนัก ระดับน้ำใต้ดินจะสูงขึ้นและส่งผลต่อแรงดันน้ำโดยตรง หากแรงดันน้ำเพิ่มขึ้นก็จะมีโอกาสไหลทะลักเข้าไปได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถประมาทได้เลย
“การคาดหวังให้การทรุดตัวหยุดลงทันทีคงเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราต้องจับตาดูคือ อัตราการทรุดตัวนั้นค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ หรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดพบว่าแนวโน้มการทรุดตัวเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้หยุดสนิท 100%”
ศ.ดร.อมร ระบุเสริมว่า ปัจจัยเสี่ยงเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้เหตุการณ์นี้ทวีความรุนแรงจนคล้ายกับเหตุหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลก็คือ “อุโมงค์เกิดความเสียหาย” แต่สถานการณ์ในตอนนี้ตัวอุโมงค์ยังไม่ได้เสียหาย เป็นเพียงรอยต่อที่มีน้ำซึมเข้าไปเท่านั้น จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะหากน้ำซึมเข้าไปโดยไม่สามารถควบคุมได้ แรงดันมหาศาลอาจส่งผลให้อุโมงค์เกิดการเคลื่อนตัว หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงต้องตรวจวัดการขยับตัวของอุโมงค์อยู่ตลอดเวลาว่ายังอยู่ในแนวเส้นทางปกติหรือไม่

จากการสอบถามข้อมูลจากผู้รับเหมาเบื้องต้นทราบว่า อุโมงค์ดังกล่าวได้ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว แต่หลังจากนี้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังไปถึงกระบวนการปรับปรุงชั้นดินก่อนการขุดเจาะอุโมงค์ว่า มีประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐานวิศวกรรมหรือไม่ เพราะหากดินในบริเวณนั้นยังคงสภาพที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ก็จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก
ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ตนจะนำข้อมูลทั้งหมดนี้ไปรายงานต่อคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งคาดว่าจะมีการบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุม เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล พร้อมขอดูแบบแปลน ระบบการก่อสร้าง และระบบกันซึม เพื่อถอดบทเรียนหารายละเอียดของสาเหตุที่แท้จริง และวางแนวทางป้องกันในอนาคตว่าเมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วจะไม่เกิดเหตุซ้ำรอย รวมถึงตรวจสอบจุดเสี่ยงอื่น ๆ เช่น รอยต่อระหว่างบ่อกับอุโมงค์ หรือรอยต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานี ซึ่งล้วนเป็นจุดเปิดที่ดินมีโอกาสทะลักเข้ามาได้ทั้งสิ้น
ขณะเดียวกัน ทางด้าน นางสาวบุญเรือน อายุ 71 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ-ดาวคะนอง ได้เปิดเผยว่า ตนสังเกตเห็นรอยร้าวบนตัวตึกและรู้สึกว่าอาคารมีลักษณะเอียง ซึ่งยอมรับว่าน่ากลัวมาก จากเดิมที่เคยเดินผ่านไปมาไม่เคยเห็นรอยร้าวเหล่านี้เลย ตนรู้สึกกังวลและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะประชาชนจะเดือดร้อน ตั้งแต่เริ่มมีการก่อสร้างก็พบว่าตึกเริ่มร้าวและดูอันตราย จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น อย่าปล่อยให้คงสภาพแบบนี้เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน

เมื่อถามว่าหากการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วในอนาคตจะกล้าใช้งานรถไฟฟ้าหรือไม่ นางสาวบุญเรือน กล่าวว่า คงต้องดูสถานการณ์ในตอนนั้นก่อน ถ้าประเมินแล้วดูปลอดภัยก็กล้าเดิน แต่สำหรับในช่วงนี้ตนเลือกที่จะเลี่ยงไปเดินเส้นทางอื่นแทน ไม่เดินผ่านบริเวณนี้แล้วเพราะไม่รู้ว่าตึกจะถล่มลงมาวันไหน หากดวงไม่ดีไปประสบเหตุคงไม่คุ้มค่า และยังถือเป็นความโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งอยากฝากถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ช่วยกำกับดูแลและตรวจสอบการทำงานของช่างให้รัดกุม ไม่ใช่ลงพื้นที่มาตรวจเพียงครู่เดียวแล้วกลับไปปล่อยปละละเลย
เมื่อถามต่อถึงความกังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยอีกหรือไม่ในอนาคต นางสาวบุญเรือน กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่ค่อยมั่นใจ เพราะขึ้นอยู่กับผู้รับเหมาที่บางครั้งอาจจะเห็นแก่ตัว จึงอยากให้ช่วยดูแลบ้านเมืองให้ดีและอย่าให้มีเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวเช่นนี้เกิดขึ้นอีก
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964