
วันนี้ (25 พ.ค. 69) เวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษก ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชายังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังนักข่าวภาคสนามฝั่งกัมพูชาเผยแพร่คลิป อ้างว่าได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องจากฝั่งไทยรวม 22 นัด บริเวณด่านพรมแดนโอเสม็ด จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับช่องจอม จ.สุรินทร์ของไทย ว่า ขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ยังไม่ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามา พร้อมระบุว่าหากฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้อาวุธเพื่อระงับเหตุหรือปรามสถานการณ์ ส่วนใหญ่มักเป็นการยิงเพียง 1-2 นัด หรือไม่เกิน 5 นัด ไม่ใช่การยิงต่อเนื่องกว่า 20 นัดในลักษณะเดียวกับที่ฝ่ายกัมพูชาเคยดำเนินการเมื่อสัปดาห์ก่อน ดังนั้นข้อมูลจากฝั่งกัมพูชายังถือว่าต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือเพิ่มเติม แม้กองทัพไทยจะติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
พล.ต.วินธัย กล่าวย้ำว่า ขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากแนวพื้นที่รับผิดชอบมีระยะทางยาวกว่า 400 กิโลเมตร และสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอยู่ในความสนใจของนานาชาติ การสื่อสารข้อมูลจึงจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทหารกัมพูชามีพฤติกรรมยั่วยุ ด้วยการอุจจาระบริเวณแนวลวดหนามในพื้นที่โอเสม็ดนั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าจากพฤติกรรมที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ เพราะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกัมพูชาบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่ม มักมีพฤติกรรมไม่เรียบร้อย ใช้วาจายั่วยุ ทะเลาะเบาะแว้ง รวมถึงพยายามบันทึกภาพ เพื่อนำไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย
เมื่อถูกถามถึงเจตนาของพฤติกรรมดังกล่าว มีนัยยะอะไรหรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า อาจเป็นความพยายามยั่วยุหรือก่อกวน เพื่อให้ฝ่ายไทยแสดงปฏิกิริยาบางอย่างออกมา แต่ฝ่ายไทยยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสามารถอธิบายต่อทั้งสังคมภายในประเทศและนานาชาติได้
นอกจากนี้ยังมีการสอบถามถึงกรณีข่าวการนำผู้ต้องขังกัมพูชามาปฏิบัติงานบริเวณชายแดน พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพในพื้นที่ เพียงแต่ฝั่งกัมพูชามีแนวคิดให้ผู้ต้องขังได้ฝึกวิชาชีพ คล้ายกับแนวทางของไทยที่ต้องการให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีอาชีพ พร้อมย้ำว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่จะนำผู้ต้องขังมาใช้ในภารกิจทางทหาร เพราะขัดต่อหลักสากล และไม่มีผลต่อการปฏิบัติงานของกองทัพไทย
ส่วนข้อกังวลว่ากัมพูชาอาจพัฒนาผู้ต้องขังให้กลายเป็นกำลังพลทางทหารในอนาคตนั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า การเป็นทหารต้องผ่านกระบวนการและระบบทางทหารที่เป็นมาตรฐาน ไม่สามารถนำบุคคลทั่วไปเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมากัมพูชาเคยใช้กำลังพลใหม่จำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องวินัยและการใช้อาวุธอยู่บ่อยครั้ง จึงเชื่อว่าหากจะพัฒนาบุคลากรด้านการทหาร ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามหลักสากลเช่นกัน
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964