
วันนี้ (1 ก.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยระบุว่า ที่ประชุมมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าจะไม่สามารถยอมรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 70 ฉบับนี้ได้ ส่วนแนวทางการลงมติว่าจะเลือก "ไม่เห็นชอบ" หรือ "งดออกเสียง" นั้น แต่ละพรรคจะกลับไปหารือเป็นการภายในเพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคประชาชนขอนำร่องยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะลงมติไม่เห็นชอบอย่างแน่นอน
ทางด้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้สะท้อนภาพรวมจากการอภิปรายตลอด 3 วันที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่า การจัดสรรงบประมาณ in ครั้งนี้ได้ตอกย้ำถึงแผลเรื้อรังทางการคลังที่ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งแม้แต่ฝั่งรัฐบาลเองก็ออกมายอมรับว่าเป็นปัญหาตามที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตจริง แต่เมื่อลงลึกไปดูรายละเอียดเนื้อในกลับพบว่า ปัญหาเรื้อรังดังกล่าวส่งผลกระทบให้งบประมาณของแทบทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานถูกตัดลดลงกันถ้วนหน้าโดยไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ที่น่ากังวลคือมีการปรับลดงบประมาณในส่วนของสวัสดิการที่จะช่วยเหลือประชาชนลงหลายรายการ แต่ในทางกลับกัน งบประมาณด้านครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ และดิจิทัลกลับพุ่งสูงขึ้น
นางสาวศิริกัญญาได้ยกตัวอย่างรูปธรรมในการจัดสรรงบประมาณที่ย้อนแย้ง เช่น การตัดลดงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาประเทศผ่านกองทุนลงไปถึงประมาณ 30% ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่อันตรายว่าประเทศไม่ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการวิจัย ขณะเดียวกัน แม้งบประมาณด้านสาธารณสุขจะปรับเพิ่มขึ้นจริง แต่งบส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จัดสรรเพิ่มมานั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับภาระสวัสดิการที่ต้องจ่ายในอนาคต นอกจากนี้ งบประมาณในส่วนของจังหวัดยังถูกหั่นลดลงไปมากกว่า 20,000 ล้านบาท ในขณะที่งบสำหรับการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นจริงๆ กลับได้เพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแค่ 7,000 ล้านบาทเท่านั้น
นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วันของการอภิปราย ฝ่ายค้านรวมถึง สส. ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนที่แอบตกใจกับการที่งบประมาณหลายตัวถูกตัดลดหรือบางโครงการถูกยกเลิกไปดื้อๆ ยังคงไม่ได้รับคำชี้แจงใดๆ จากรัฐมนตรีว่าเหตุใดจึงเลือกจัดลำดับความสำคัญในลักษณะนี้ ทำให้เกิดข้อกังขาอย่างมากว่าสุดท้ายแล้วงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่ได้ถูกบริหารจัดการและเรียงลำดับความจำเป็นอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เรื่องสำคัญกลับถูกลดงบประมาณ ส่วนเรื่องที่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในเวลานี้กลับได้งบเพิ่มขึ้น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคประชาชนไม่สามารถให้ความเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้
สำหรับความคาดหวังในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ นางสาวศิริกัญญาระบุว่า คาดหวังจะได้รับรายละเอียดไส้ในของแต่ละโครงการจากรัฐบาล ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กมธ. ที่จะต้องเจาะลึกและตรวจสอบเหตุผลของการเพิ่มหรือลดงบประมาณ และแม้ภาพรวมจะถูกปรับลดลงมาแล้ว แต่เชื่อว่าจะยังสามารถค้นหา "ไขมันส่วนเกิน" เพื่อตัดลดลงได้อีก เนื่องจากยังมีอีกหลายโครงการสำคัญที่ควรได้รับงบประมาณมากกว่านี้ เช่น สวัสดิการเด็กแรกเกิดที่ถูกปรับลดลงไปถึง 500 ล้านบาท ซึ่งแม้จำนวนเด็กเกิดใหม่จะลดลงจริง แต่รัฐบาลกลับไม่มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์เพื่อให้สวัสดิการนี้เป็นไปอย่างถ้วนหน้าเพื่อช่วยเหลือประชาชน
นางสาวศิริกัญญา ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การอภิปรายในรอบนี้ฝ่ายค้านไม่ได้เน้นการใช้สาดอารมณ์หรือดุเดือดรุนแรง แต่เป็นการตั้งคำถามอย่างเป็นเหตุเป็นผลและคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ใช้เหตุผลเช่นเดียวกัน ทว่ารัฐมนตรีหลายท่านกลับไม่สามารถชี้แจงได้อย่างตรงไปตรงมา จนชวนให้คิดว่าตกลงแล้วใครเป็นคนตัดงบประมาณกันแน่ และหากรัฐมนตรีไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับงบประมาณในกระทรวงของตัวเองก็นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่รู้จะให้คะแนนประเมินอย่างไรดี เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ลุกขึ้นชี้แจง ซึ่งตนยังคงคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบ โดยเฉพาะประเด็นที่มีโครงการเกี่ยวข้องกับ AI ค่อนข้างมาก รวมถึงความคุ้มค่าและสมเหตุสมผลของระบบคลาวด์มูลค่า 5,000 ล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่งบประมาณด้านอื่นๆ ของประเทศกำลังถูกตัดลดลงอย่างถ้วนหน้า
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964