"สีหศักดิ์" ชี้แจง UNESCO ประเด็นความเสียหายปราสาทเขาพระวิหาร - วอน "กัมพูชา" หยุดแต่งเรื่องราว เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์

2026-02-24 14:29 Sukritta Tangteerawan

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (67).jpg

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาท้องถิ่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางไกลกับสื่อมวลชน ในโอกาสเยือนกรุงปารีส ฝรั่งเศสเพื่อร่วมพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสและผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก (UNESCO) รวมถึงการเยือนกรุงเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมกับประเทศมสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (UN)

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงการหารือร่วมกับผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO ว่ามีการพูดคุยในประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยและUNESCO การขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ (ICH) และประเด็นความเสียหายของปราสาทเขาพระวิหารที่เกิดขึ้นจากการสู้รบไทย-กัมพูชา

ในประเด็นปราสาทเขาพระวิหาร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้ชี้แจงว่าไทยมีความเสียใจและไม่มีความประสงค์ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากกัมพูชาไม่นำมรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่างปราสาทเขาพระวิหารเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารและเก็บสะสมอาวุธ ซึ่งจากการพูดคุย ทาง UNESCO มีความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมอยากให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันโดยตรงเพื่อหาทางออก ซึ่งเป็นท่าทีของไทยตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ระหว่างการหารือ ทาง UNESCO ให้ความสนใจแค่เพียงว่าปราสาทเขาพระวิหารได้รับความเสียหายอย่างไร และจะสามารถเข้าไปฟื้นฟูอย่างไรได้บ้าง ในส่วนของรายละเอียดที่เกิดขึ้นในการสู้รบนั้น เป็นประเด็นที่ UNESCO ไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาส่งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือ

ในประเด็นการขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นประเด็นที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้ความสำคัญ และมีโอกาสสูงที่จะสามารถขึ้นทะเบียนได้สำเร็จ เนื่องจากสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ว่าเป็นเอกลักษณ์แท้จริงของไทย ด้านความร่วมมือระหว่างไทยและUNESCO นั้น นายสีหศักดิ์ มองว่า สมควรที่จะมีความร่มมือระหว่างกันมากยิ่งขึ้น ทั้งในประเด็นด้านการศึกษา และการให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงาน UNESCO ประจำภูมิภาค

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในคืนวันที่ 23 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น ตนจะเดินทางไปพูดคุยกับรัฐมนตรีระหว่างประเทศฝรั่งเศสในหลายประเด็น อาทิ การชวนมาลงทุนในประเด็นที่ฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญ รวมถึงชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นไทยและกัมพูชา ก่อนที่ในวันที่ 24 ก.พ. จะเดินทางไปกรุงเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ เพื่อประชุมร่วมกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยนชนแห่งสหประชาชาติ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันวาระที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน โดยในที่ประชุม UN ครั้งนี้ ไทยต้องการผลักดันวาระสิทธิมนุษยชนในประเด็นสแกมเมอร์ เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรตระหนักที่ความรุนแรงที่มากขึ้น โดยเฉพาะต่อสิทธิมนุษยชน มีประชากรจากหลายประเทศถูกล่อลวง บังคับ และค้ามนุษย์ ในอาชญากรรมข้ามชาติระดับโลกนี้

ตนกล่าวเสริมว่า ไทยได้เคยผลักดันให้เป็นวาระอาเซียนแล้ว อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องพึ่งหุ้นส่วนในระดับโลก (Global Partnership) ในการแก้ไขปัญหา โดยไทยจำเป็นต้องพูดถึงบทบาทของไทย รวมถึงความสำคัญที่ส่งผลให้วาระนี้ต้องอาศัยกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นายสีหศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน คือ “การแต่งเรื่องราว” ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจากข้าราชการทางการเมืองระดับสูงของกัมพูชา เช่น การกล่าวอ้างว่าไทยยึดดินแดนของกัมพูชา โดยตนมองว่าการแต่งเรื่องราวเช่นนี้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมย้ำว่าไม่อยากโต้ตอบหมัดต่อหมัดเช่นนี้ แต่ไทยก็มีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริง

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในระหว่างการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันนั้น กัมพูชาไม่ควรพูดคุยกับไทยว่าอยากฟื้นฟูคามสัมพันธ์ ขณะที่บนเวทีระหว่าประเทศก็ยังคงดำรงตนแบบเดิม การกระทำเหล่านี้ ทำให้การฟื้นฟูความสัมพันธ์เดินหน้าไปอย่างยากลำบาก

ในช่วงสุดท้าย นายสีหศักดิ์ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่กัมพูชาจุดไฟเผาตามแนวชายแดน แต่กล่าวอ้างว่าไทยเป็นผู้กระทำเพื่อไล่ที่ ว่า การสร้างข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนี้เป็นสิ่งที่กัมพูชากระทำอยู่เสมอ เพื่อให้ไทยเสียภาพลักษณ์และเป็นการกดดันไทยให้ยอมเจรจาในรูปแบบที่กัมพูชาต้องการ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าการกดดันเหล่านี้ไม่ได้เกิดประโยชน์ เนื่องจากทั้งสองประเทศมีช่องทางในการเจรจาอยู่แล้ว พร้อมเตือนกัมพูชาว่า ขณะนี้ นานาประเทศตระหนักถึงปฏิบัติการทางข่าวสารของกัมพูชา เพราะฉะนั้น กัมพูชาต้องระมัดระวังว่าการกระทำเช่นนี้อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อกัมพูชาเอง

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964