“เสรีพิศุทธ์” ย้ำไม่เคยร่วมรัฐบาลอนุทิน

2026-03-06 14:05 Khanisorn Lorthongdaeng

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (70).jpg

วันนี้ (6 มี.ค. 69) เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนรายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ในสภามาเกือบ 2 ปี เนื่องจากยึดมั่นในอุดมการณ์เรื่องการเสียสละ โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ทำงานแทน ไม่ใช่เพราะความเกียจคร้าน แต่อยู่ภายนอกสภาก็ยังทำงานทางการเมืองและติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมาโดยตลอด และการกลับมารายงานตัวในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสแรกในรอบระยะเวลานานที่จะได้กลับมาพบเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง และตั้งใจมารายงานตัวตามความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ในการเลือกตั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทาบทามให้พรรคเสรีรวมไทยเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่เคยมีการติดต่อหรือเชิญอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีการนำชื่อของตนและพรรคไปใส่ไว้ในสูตรจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาททางการเมือง และการนำชื่อพรรคต่าง ๆ ไปจัดรวมกันเพื่อให้ดูว่ามีเสียงสนับสนุนจำนวนมาก เป็นเพียงวิธีการสร้างภาพว่ามีเสียงเกิน 300 เสียงเพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ทั้งที่ความจริงยังไม่ได้รับความยินยอมจากพรรคเหล่านั้น และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันพรรคการเมืองอื่น ๆ ให้เข้าร่วมโดยไม่มีอำนาจต่อรอง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวย้ำว่า จุดยืนพรรคเสรีรวมไทยไม่สามารถร่วมงานกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตได้ โดยย้ำว่านโยบายสำคัญของพรรคคือโกงเจอกู จึงไม่สามารถไปร่วมรัฐบาลกับผู้ที่ถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องความโปร่งใสได้ และเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนว่าการร่วมรัฐบาลกับบุคคลที่ถูกตั้งคำถามด้านความโปร่งใสนั้นมีเหตุผลอย่างไร

ลายน้ำ (20).jpg

ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ การจะเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงชื่อไม่น้อยกว่า 25 คน และไม่ได้กำหนดว่าพรรคที่มีจำนวน สส. มากที่สุดจะต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการที่บางฝ่ายออกมาประกาศล่วงหน้าว่าจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะมีจำนวน สส. มากที่สุด จึงไม่ถูกต้องตามหลักการ

สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคต่าง ๆ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวอยากเห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำรงตำแหน่ง แต่ยอมรับว่าจำนวนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่เพียงพอที่จะเสนอชื่อได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาผู้สมัครจากพรรคอื่น ๆ โดยประเมินทั้งด้านคุณสมบัติและประวัติที่ผ่านมา เพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด หากไม่มีผู้ที่ถือว่าดีที่สุด ก็อาจต้องเลือกคนที่มีปัญหาน้อยที่สุดแทน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ จากพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยเริ่มจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตจากพรรคกล้าธรรม ที่ปัจจุบันไม่ได้มีคดีความในประเทศไทย แม้ในอดีตจะมีประเด็นคดีในประเทศออสเตรเลีย แต่เป็นกรณีรู้เห็นเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ไม่ใช่คดีค้ายาเสพติดโดยตรง และศาลไทยก็วินิจฉัยว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลไทย

ลายน้ำ (21).jpg

ส่วนแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย อย่าง ศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ นั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตัวบุคคลไม่ได้มีประวัติปัญหา และเป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเข้าสู่การเมือง แม้พรรคเพื่อไทยในอดีตจะมีผู้นำพรรคหลายคนที่เคยถูกดำเนินคดี

สำหรับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตัวบุคคลไม่ได้มีประเด็นร้ายแรงมากนัก แม้จะมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาเกี่ยวกับมาตรา 112 ซึ่งยังไม่ทราบผลว่าจะผิดหรือไม่ และหากผิดจะมีโทษเพียงใด

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า แม้จะไม่เคยถูกดำเนินคดี แต่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น เช่น กรณีที่ดินในพื้นที่ปากช่อง และการใช้งบประมาณรัฐสนับสนุนการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก รวมถึงการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของรัฐในสถานการณ์ต่าง ๆ

ลายน้ำ (22).jpg

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประสบการณ์สมัยที่ตนยังรับราชการตำรวจ ซึ่งเคยดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการเมืองในอดีต และย้ำว่าปัญหาการทุจริตทางการเมืองเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะหากบุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าวได้อำนาจบริหารประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเมืองและโครงสร้างอำนาจของประเทศในระยะยาว

เมื่อถามว่าหากถึงวันลงมติเลือกนายกฯ จะตัดสินใจสนับสนุนใคร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ได้ให้ข้อมูลกับสื่อไปในลักษณะการวิเคราะห์แล้ว และต้องการให้ประชาชนพิจารณาเอง จึงยังไม่ต้องการชี้นำล่วงหน้า แต่ย้ำว่าเมื่อถึงวันลงมติจริงจะพิจารณาอย่างเต็มที่

ส่วนบทบาทหลังจากกลับมาทำหน้าที่ในสภาอีกครั้งที่ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า อาจเผชิญข้อจำกัด เนื่องจากพรรคมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงหนึ่งเสียง การจะดำเนินการทางรัฐสภา เช่น การยื่นถอดถอนหรือเสนอแก้ไขกฎหมาย จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีใครร่วมลงชื่อหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตนสามารถทำงานทางการเมืองได้ทั้งในและนอกสภา แม้จะมีเสียงเพียงคนเดียวก็ตาม

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้เตรียมเดินหน้าเปิดประเด็นตรวจสอบกรณีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนสนใจติดตามมาระยะหนึ่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติม พร้อมยอมรับว่างานทางการเมืองในช่วงนี้มีจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกวัน

ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964