
วันนี้ (10 มี.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เดินทางมารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนทางการเมืองว่า พรรคไทยภักดีจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แม้จะมีเพียงหนึ่งเสียงแต่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก เนื่องจากมีแฟนคลับส่วนหนึ่งอยากให้ร่วมรัฐบาล แต่อีกส่วนอยากเห็นการทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตผ่านกระบวนการรัฐสภา ซึ่งตนได้วิเคราะห์ผลประโยชน์ของประเทศชาติแล้วพบว่า หากไปร่วมรัฐบาลหนึ่งเสียงนี้อาจทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่การเป็นฝ่ายค้านเราอาศัยเพียงความจริง เพราะ “ความจริงมีหนึ่งเดียว” ไม่ต้องใช้เสียงสนับสนุนก็สามารถปกป้องประโยชน์ของบ้านเมืองได้ ตนจึงสรุปว่าจะทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายค้านผู้รักชาติ”

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองจะทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด สิ่งไหนที่รัฐบาลทำแล้วเป็นประโยชน์เราจะไม่ค้านไปเรื่อย ไม่มานั่งหยุมหยิมหรือหาประเด็นเล็กน้อยมาสร้างอีเวนต์ แต่จะเน้นหาเอกสารหลักฐานในการตรวจสอบ เพราะหากมีการกระทำที่ไม่สนองประโยชน์ประชาชนนั่นคือความเสียหายต่อชาติ ตนจะทำหน้าที่แบบนี้ตลอดไป

ส่วนกรณีการประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น นพ.วรงค์ ชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวกัน ตนเคยหาเสียงไว้ว่าหากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนเป็นแกนนำตนจะไม่ร่วมด้วย แต่วันนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำซึ่งจริงๆ ตนเข้าร่วมได้ แต่ประเมินแล้วว่าหนึ่งเสียงในรัฐบาลไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก พรรคเพื่อไทยจึงไม่ใช่ส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ และที่ผ่านมาทางภูมิใจไทยก็ไม่มีการประสานมา เพียงแต่เชื่อว่าหากตนตั้งใจจะเข้าเขาน่าจะต้อนรับ แต่เราก็มีมารยาทในการคุยกัน
“พรรคการเมืองส่วนใหญ่ต้องการเป็นรัฐบาล หากคิดถึงความสุขสบายส่วนตัว การเป็นรัฐบาลมีทรัพยากรและศักยภาพเยอะ แต่มันได้ประโยชน์แค่ส่วนตัว การตัดสินใจบนประโยชน์ชาติมันยาก เพราะหนึ่งเสียงจะไปจัดการปัญหาทุจริตในกระทรวงมันลำบาก การเป็นฝ่ายค้านจึงตรวจสอบสิ่งที่มิชอบได้ดีกว่า ตนเชื่อว่าจะทำหน้าที่นี้ให้สมกับที่พี่น้องประชาชนรอคอยมา 12 ปี” นพ.วรงค์ ระบุ

เมื่อถามถึงโฉมหน้ารัฐบาลและการตรวจสอบ นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใจเย็น ๆ ตนแฟร์กับรัฐบาล ให้ทำงานได้เต็มที่ไปเลย ไม่มานั่งหยุมหยิมด้วย แต่ขอเตือนว่าหากมีหลักฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ “เราเจอกันแน่ในสภา” และจะทำงานแบบไม่ยั้งมือ การตรวจสอบต้องไม่ใช่แค่สร้างอีเวนต์ให้เป็นข่าว แต่ต้องจบที่ ป.ป.ช. หรือศาล หากรัฐบาลสุจริตอาจไม่เห็นบาดแผล แต่ถ้าเอื้อประโยชน์เมื่อไหร่เจอกันแน่
สำหรับท่าทีการลงมติเลือกประธานสภาฯ หรือนายกรัฐมนตรี นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตามมารยาทฝ่ายค้านมักจะคัดค้านหรืองดออกเสียง ซึ่งจะแจ้งท่าทีชัดเจนอีกครั้ง โดยหลักการฝ่ายค้านไม่ควรสนับสนุนรัฐบาล แต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญต่อชาติก็พร้อมพิจารณาเป็นกรณีไป พร้อมฝากถึงนายกฯ ว่าควรพึ่งพาตนเองในการทำงาน แต่หากเรื่องใดเป็นประโยชน์ต่อชาติก็ประสานมาได้ ตนพร้อมร่วมมือ

ส่วนการทำงานร่วมกับ “พรรคประชาชน” นั้น นพ.วรงค์ มองว่า ฝ่ายค้านมีลักษณะการทำงานที่หลวมกว่ารัฐบาล แต่ละพรรคสามารถตรวจสอบในประเด็นของตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องหารือหรือแบ่งปันข้อมูลกันทุกเรื่อง จึงไม่จำเป็นต้องจับมือกันแน่นเหมือนฝ่ายรัฐบาล เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะเข้มแข็งหรือไม่ นพ.วรงค์ ทิ้งท้ายว่า “คนอื่นผมไม่รู้นะ แต่ตัวผมเข้มแข็งแน่นอน ผมเชื่อว่าผมทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี”
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นที่กลับมารัฐสภาในรอบ 12 ปี แม้จะยังหลงทางจนต้องให้ รปภ. เดินมาส่ง และคิดว่าน่าจะหลงอีกหลายวัน
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964