“เลขาฯกกต.” เคลียร์ปมเลือกตั้ง 69 ยืนยันทำตามกรอบกฎหมาย-หน้าที่ เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริต-เที่ยงธรรม

2026-03-20 17:52 Punyaphon Rakcharoen

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-03-20T172312.579.jpg

วันนี้ (20 มี.ค. 69)   เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์สรุปภาพรวมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นำโดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. พร้อมด้วยรองเลขาธิการ กกต. ได้แก่ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภยารมย์, ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก, นายวีระ ยี่แพร และนายเกรียงไกร พานดอกไม้

โดยนายแสวง กล่าวว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นของประชาชนผู้ถืออำนาจ กกต. มีหน้าที่เพียงติดตามผลการเลือกตั้ง และประกาศผลเท่านั้น โดยได้ออกแบบระบบให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้ง 52 ล้านคน ผู้สมัคร สส. และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ดังนั้น ระบบที่ออกแบบมามีความโปร่งใส ยกเว้นการลงคะแนนที่ต้องเป็นไปโดยลับ นายแสวงเน้นย้ำว่า ระบบการลงคะแนนในครั้งนี้ได้ออกแบบมาให้ประชาชน และ กปน. เข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง อย่างไรก็ตามระบบนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการทุจริตและให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนได้แสดงเจตจำนงของตนเอง

ส่วนประเด็น บัตรเขย่ง 60,000 ใบ และ 300,000 ใบ นายแสวงชี้แจงว่าหัวใจของการลงคะแนนคือรายงานผลการนับคะแนน (สส. 5/18) ที่ประกอบด้วยจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวนบัตรเลือกตั้งและแบบขีดคะแนน ซึ่งได้นำผลทั้งหมดมารายงานผ่านระบบ ECT REPORT เพื่อให้ประชาชนเห็นแนวโน้มของคะแนน ซึ่งมีโอกาสที่คะแนนจะผิดพลาดและคลาดเคลื่อนได้ เพราะ กกต. มีหน้าที่เพียงรวบรวมคะแนน ที่ถูกส่งตรงมาจากหน่วยเลือกตั้งเข้าสู่ระบบเท่านั้นส่วนการนับคะแนนเป็นหน้าที่ของ กปน. ในแต่ละเขต

“ยืนยันว่าไม่มีคะแนนจากไหนมาเพิ่มแน่นอน ECT Report เป็นเพียงระบบที่บอกแนวโน้มภาพรวมของผลคะแนน เราออกแบบระบบเพื่อดูแลเจตจำนงของประชาชนให้เป็นไปตามเจตจำนงผ่านบัตรเลือกตั้งและคูหาเลือกตั้ง ยืนยันว่าคะแนนไม่มีผิด เว้นแต่การขานคะแนนของ กปน. ผิดพลาด ซึ่งเราได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว” นายแสวงกล่าว

นายแสวงกล่าวอีกว่า การประกาศผลคะแนนต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบหลายขั้นตอนเช่นการรับรองจากผู้ตรวจการเลือกตั้งการตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้นที่กระบวนการประกาศผลคะแนนมีความล่าช้าเพราะต้องมีการตรวจสอบซึ่งบางหน่วยมีการลงคะแนนใหม่และนับคะแนนใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคะแนนเสียงถูกรักษาอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้เพราะประชาธิปไตยของทุกคน

ท้ายนี้ นายแสวงกล่าวยืนยันว่า กกต. จะทำงานภายใต้กรอบกฎหมายมีมาตรฐานให้ความสำคัญกับทุกคะแนนเสียงไม่ว่าพรรคการเมืองใด และเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบร่วมกันเนื่องจากเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่พันคน ไม่สามารถดูแลหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดได้ จึงจำเป็นต้องอาศัย การตรวจสอบของภาคประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมและสุจริตมากที่สุด

ลายน้ำ (100).jpg

”คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กกต. ย้ำทำหน้าที่ตามกฎหมาย“

ส่วนกรณีคดีบัตรเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายแสวงกล่าวว่า เป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการไม่ว่าจะศาลชั้นใดก็ตาม ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญให้เราชี้แจงในประเด็นอะไรใดและเวลาใดบ้าง อย่างไรก็ตาม กกต. ยืนยันว่าทำตามหน้าที่ ที่ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งเรามีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและเมื่อมีข้อสงสัยของประชาชนได้นำไปร้อง ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่าเราทำเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของศาล แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับเอกสารและไม่ทราบในเรื่องของรายละเอียด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากถึงกรณีที่ต้องชี้แจงโดยการจำลองเหตุการณ์ในการเลือกตั้งโดยการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดในการสแกน กกต. เห็นว่าจะต้องจำลองเพื่อให้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ว่ามันไม่สามารถนำสู่ต้นขั้วได้ นายแสวงกล่าวว่า เราทำหน้าที่ตามกฎหมายคือการลงคะแนนต้องเป็นไปโดยลับ การเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับในตอนนี้มันยังลับ และเราได้ทำตามหน้าที่แล้ว ส่วนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมาดูประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงว่าเป็นอย่างไร

หากเหตุการณ์สามารถนำไปสู่ต้นขั้วหรืออาจจะเป็นความไม่ลับเกิดขึ้นโดยที่ กกต. ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นโมฆะหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า มันยังไม่ถึงตรงนั้น ให้รอไปจนถึงกระบวนการและในทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และมันจะลับต่อไปอยู่แบบนั้น โดยยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่ศาล เรามีหน้าที่ในส่วนของเรา

อีกทั้งระบุว่า บัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. เพียงแต่เราต้องปกป้องการเลือกตั้ง และต้องทำให้สำเร็จคือการเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งในอดีตหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรก็ต้องส่งไปกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือ แต่เมื่อเทคโนโลยีทันสมัยขึ้นก็สามารถใช้วิธีการเพื่อป้องกันความสุจริตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพิสูจน์ลายนิ้วมือ ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่ไปพิสูจน์ว่าสามารถสแกนได้หรือไม่ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่ในการพิสูจน์

ทั้งนี้ หากมีการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป คือการเลือกผู้ว่าฯ กทม. จะมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า จริง ๆ เมื่อปี 2566 ก็มีมาอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ยังตอบไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964