“ผู้การฯ เรือหลวงเทพา” บอกหากรบทางเรือ “กัมพูชา” ศักยภาพไม่ถือเป็นภัยคุกคาม

2026-03-27 15:10 Khanisorn Lorthongdaeng

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-03-27T140708.423.jpg

วันนี้ (27 มี.ค. 69) เวลา 10.35 น. ที่ท่าเทียบเรือฐานส่งกำลังบำรุงเรือตราด ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ เกิดนาค ผู้บังคับการเรือหลวงเทพา เปิดเผยถึงการปฏิบัติภารกิจของเรือหลวงเทพาในห้วงที่มีการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในการปฏิบัติภารกิจล่าสุดเรือหลวงเทพา ภายหลังจากที่มีการประกาศ วัน ว. ได้มีการยิงส่องสว่างในโซนของบ้านสามหลัง ที่อยู่ตรงบ้านหนองรี และมีการยิงสนับสนุนฝั่งในการยิงทำลายปืน 130 มม. ของเกาะยอ ประเทศกัมพูชา ที่มีอำนาจในการยิงทำลายได้ถึงเกาะกูด และ ฉก.นย.ตราด ซึ่งมีภัยคุกคามสูง กองทัพเรือจึงตัดสินใจให้เรือหลวงเทพาและเรือประจวบคีรีขันธ์ กับเรือชลบุรี เข้าทำการยิงทำลายเป้าหมายข้าศึก โดยทำการยิงประมาณ 8 นาที และเรือหลวงเทพาก็เป็นลำสุดท้ายที่ออกมา เนื่องจากเป็นการยิงแบบแมนนวล ส่วนอีกสองลำเป็นการยิงแบบออโต้ สำหรับผลการทำลายพบว่าปืนของฝ่ายกัมพูชามีความเสียหาย ไม่สามารถใช้ในราชการต่อไปได้ ถือเป็นความสำเร็จในการทำลายเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย

เมื่อถามถึงสมรรถนะและความสามารถของเรือหลวงเทพานั้น ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ กล่าวว่า เรือหลวงเทพาสามารถทำความเร็วอยู่ที่ 72 นอต ส่วนปืนที่ยิงสนับสนุนฝั่งสามารถยิงได้ที่ 13,500 หลา หรือประมาณ 10 กิโลเมตร โดยในช่วงปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เรือหลวงเทพายิงอยู่ในระยะ 5 ไมล์ และมีการต่อต้านจากข้าศึกด้วยเช่นกันหลังออกมา

ลายน้ำ - 2026-03-27T140839.278.jpg

เมื่อถามว่าในระยะเวลา 2 ปี ก่อนที่เรือหลวงเทพาจะปลดประจำการหากมีการสู้รบกันอีกเรายังดำรงความพร้อมในการปกป้องแผ่นดินไทยหรือไม่ ว่าที่ นาวาตรี กล่าวว่า คิดว่าได้กลับมาอยู่ดี ไม่พ้นที่จะได้เรียกกลับมาสนับสนุนกันอยู่แล้ว เพราะเรือประจวบคีรีขันธ์ กับเรือชลบุรี ก็โดนเรียกมาจากทัพเรือภาค 1 ให้มาช่วยระดมยิงฝั่งเพื่อทำลายเป้าหมาย ในส่วนของเรือหลวงเทพาหากกลับไปหรือเทียบท่าอยู่สัตหีบแล้ว สุดท้ายหากมีการสู้รบกันก็จะโดนเรียกกลับมาอีก

สำหรับขวัญกำลังใจในระหว่างปฏิบัติภารกิจบนเรือนั้น ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ กล่าวว่า กำลังใจเต็มเปี่ยม ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องไปทำอะไร ทุกคนก็เข้าใจว่าเกิดมาเป็นทหารต้องรับใช้ชาติ

ส่วนจะบอกศักยภาพของทหารกัมพูชาทางเรืออย่างไรนั้น ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ กล่าวว่า ศักยภาพของเขาอยู่ในทางค่อนข้างต่ำ เพราะเขาไม่ค่อยมีเรือที่มีศักยภาพทางอาวุธเท่ากับของเรา หากปะทะกันตรงๆ เรามีอาวุธที่หมัดไกลกว่า และตาเราก็ไกลกว่า เรดาร์เราตรวจจับได้ไกลกว่า ซึ่งไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสำหรับเราสักเท่าไหร่

ลายน้ำ - 2026-03-27T142042.989.jpg

เมื่อถามว่า 4-5 ปี จากนี้ทางฝ่ายจีนจะมีการส่งเรือคอร์เวตมาให้กัมพูชา เรามีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างไรบ้าง ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ ระบุว่า ก็เห็นว่าเขาเข้ามาทำการรับระบบแล้ว แต่คาดว่าต้องใช้เวลาพอควรกว่าจะเรียนรู้ เพราะของเราก็ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเรียนรู้ระบบมาได้ ฉะนั้นก็มีเวลาช่วงที่กัมพูชาไปเรียนรู้ระบบ เราก็สามารถไปศึกษาระบบนั้นได้จากไทป์ของจีน เพราะเราก็มีสเปคจากจีนแล้วเอามาบูรณาการในการช่วยรบ และเราก็มีเรือจากจีนหลายลำ

ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ กล่าวถึงความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้การเรือที่ใกล้ปลดประจำการ ว่า ตนภูมิใจ ถือว่า Mission Complete เรือก็ได้ทำการรับใช้ชาติอย่างเต็มที่ และปลดประจำการได้ตามแผนปลดประจำการ ไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไรที่ทำให้ต้องปลดประจำการก่อน ถือว่าอยู่มาได้ตลอดรอดฝั่ง

ภาพ : Khanisorn Lorthongdaeng

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964