
วันนี้ (8 เม.ย. 69) เวลา 11.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคกล้าธรรม ร่วมแถลงข่าวภายหลังสภาฯ มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ
โดยนายณัฐพงศ์ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นที่จังหวัดแพร่ที่มีอาสาสมัครดับป่าที่ได้เสียชีวิตระหว่างการทำภารกิจซึ่งก่อนหน้านี้พบว่ามีเคสก่อนหน้าจังหวัดเชียงใหม่ด้วยเช่นกัน โดยหากหน่วยงานภาครัฐมีการวางแผนจัดทำงบประมาณหรือจัดเตรียมกำลังพล อุปกรณ์ป้องกัน และสวัสดิการต่าง ๆ ที่ดีเพียงพอเราอาจจะสามารถป้องกันการสูญเสียไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นได้อีก ส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบกลุ่มเปราะบางและประชาชนชุมชนยังคงได้รับผลกระทบกับฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถที่จะปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยให้เป็นห้องปิดและติดตั้งเครื่องปรับอากาศไปตั้งภายในห้องได้ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนได้คือ องค์ความรู้ที่สามารถทำได้ไม่ยาก เช่นมุ้งสู้ฝุ่นและห้องปลอดฝุ่น ซึ่งพบว่าต้นทุนในการติดตั้งไม่สูงและสามารถลดค่าฝุ่นจาก 200 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้เหลือเพียง 30 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรแม้ไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศ

นายณัฐพงศ์กล่าวอีกว่า หากภาครัฐให้การสนับสนุนองค์ความรู้ดังกล่าวองค์กรท้องถิ่นและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมอยู่แล้วที่จะนำองค์ความรู้ต่าง ๆ ไปช่วยเหลือชุมชนซึ่งเป็นสิ่งที่ตนในฐานะฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปยังชั้นกรรมาธิการวิสามัญเพื่ออุดช่องว่างและผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาดให้ถึงที่สุด โดยพรรคประชาชนได้ผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดมาตั้งแต่สภาฯชุดก่อน แต่การผลักดันให้สำเร็จพรรคประชาชนผลักดันพรรคเดียวไม่สามารถทำได้ต้องขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายหลายพรรคที่ได้เห็นถึงความสำคัญของกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาดอย่างจริงจัง
ด้านดร.การดี กล่าวว่าตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกและในฐานะพรรคฝ่ายค้านเห็นตรงกันประเด็นอากาศสะอาดเป็นสิทธิพื้นฐานของพลเมืองไทยทุกคน ซึ่งได้มีมติรับรองกมธ.เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ไม่เพียงเฉพาะเพียงปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคเหนือตอนบนแต่ยังรวมถึงการติดตามการแก้ไขปัญหาในองค์รวมในทั้งประเทศเพื่อไม่ให้ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาตามฤดูกาลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงตามช่วงเวลาและเงียบหายไปอีกทั้งจะกลับมาเผชิญปัญหาเดิมซ้ำอีกในทุก ๆ ปี

ดร.การดี กล่าวเสริมอีกว่า สิ่งที่ตนเห็นตรงกันในพรรคฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม คือ พ.ร.บ.อากาศเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้วันนี้จะมีข้อถกเถียงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรถูกปัดตกไป โดยดร.การดี มองว่า รัฐบาลควรผลักดันกฎหมายฉบับนี้ต่อไปในกระบวนการของรัฐสภาพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย โดยมองปัญหานี้ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหามลพิษแต่เรากำลังพูดถึงการเข้าสู่วิกฤติสุขภาพความมั่นคงของมนุษย์และการจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมกับประเทศไทยในอนาคต และรัฐบาลควรเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพเป็นศูนย์กลางไม่ใช่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น
สำหรับวิกฤตสภาวะภูมิอากาศมลพิษไม่ใช่เพียงแค่ฝุ่นควันเท่านั้น ดร.การดีกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการทำงานจะต้องไม่ใช่เพียงการทำงานตามสมัยประชุมหรือตามภาวะวิกฤตเท่านั้น แต่ควรจะมีพันธะสัญญาว่าภายในปีไหนประชาชนคนไทยจะได้สูดอากาศสะอาดได้ อีกทั้งรัฐบาลต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการเยียวยาระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นการแก้ไขเชิงระบบรวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมการเกษตรและการเปลี่ยนผ่านในการใช้พลังงานซึ่งเป็นองค์รวมที่จะสนับสนุนให้การแก้แก้ไขปัญหาฝุ่นไม่ให้เกิดวิกฤตเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอนาคต
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964