“เต้ มงคลกิตติ์” แจง กกต. ปมถูกร้องข้อหา “นโยบายอวกาศเกินจริง”

2026-04-20 13:42 Punyaphon Rakcharoen

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-04-20T123927.347.jpg

วันนี้ (20 เม.ย. 69) เวลา 09.20 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคก้าวล้ำ เดินทางเข้าชี้แจงนโยบายด้านธุรกิจอวกาศ หลังถูกร้องเรียนว่านโยบายเกินจริง ซึ่งก่อนช่วงสงกรานต์พรรคทางเลือกใหม่ซึ่งเป็นพรรคเดิมที่เคยสังกัดได้เข้ามาชี้แจงกับกกต.แล้ว วันนี้จึงเป็นคิวของตนเองที่ต้องเข้าชี้แจงกับกกต.

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เท่าที่ตนเองทราบ กกต.เรียกเข้าชี้แจง 2 ประเด็น เนื่องจากช่วงเลือกตั้งมีคนไปร้องเรียนเรื่องนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่ซึ่งเป็นพรรคเดิมได้นำเสนอ กกต. โดย 12 นโยบายแรกส่งได้ทันเวลาแต่อีก 32 นโยบาย ส่งเกินเวลาจึงต้องเสียค่าปรับวันละ 10,000 บาท

โดยคนร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายอวกาศโดยมองว่าเป็นไปไม่ได้ อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. การได้มาซึ่ง สส. มาตรา 72 และ 73 รวมถึงการแก้ไขกฎหมายให้ผู้หญิงมีสามีได้ไม่เกิน 4 คน โดยวันนี้ตนเองจะชี้แจงกับ กกต. เรื่องนโยบายอวกาศก่อน ส่วนนโยบายเรื่องไดโนเสาร์ตอนนี้ตนไม่แน่ใจว่ามีคนร้องเรียนเข้ามาแล้วหรือไม่ โดยจะชี้แจงทีละประเด็น นายมงคลกิตติ์ระบุว่า นโยบายอวกาศไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยมีแผนพัฒนาศักยภาพทางด้านอวกาศอยู่แล้ว

นายมงคลกิตติ์ได้อ้างอิงไปถึงสัมภาษณ์ของ ศาสตราจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ในสมัยรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าภายใน 7 ปี ว่า ไทยจะเป็นประเทศที่ 5 ในเอเชียที่จะส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ หลังจากนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจด้านอวกาศก็เกิดขึ้นทั้งการสร้างดาวเทียมและใช้เอง โดยยืนยันว่านโยบายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อเพราะหลายประเทศได้พัฒนาด้านอวกาศไปไกลมากแล้ว

โดยวันนี้ตนจะชี้แจงกับทางกกต. ให้เข้าใจเพราะไม่อยากให้ประเทศล้าหลัง ฉะนั้นแล้วผู้นำทางการเมืองต้องเสนอนโยบายที่ก้าวล้ำ ทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นโดยไม่ทิ้งคนรากหญ้าไว้ข้างหลัง ส่วนนโยบายให้ผู้หญิงมีสามี 4 คน นายมงคลกิตติ์ระบุว่าจะเข้าชี้แจง กกต. อีกครั้ง และได้หารือกับ สส.ฝ่ายกฎหมายแล้วว่าจะต้องยื่นรายชื่อ 20 คน โดยให้ฝ่ายกฎหมายของ สส. เป็นต้นร่างในการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ฯ

“เรื่องนโยบายที่เป็นไปไม่ได้เกินจริง อย่างหลาย ๆ พรรคด้วยกัน เช่น พรรคภูมิใจไทย เสนอนโยบายหาเสียงปราศรัยบอกว่าถ้าได้บริหารประเทศ 2 เดือนกว่าก็รวยไม่ไหวแล้ว ถ้า 4 ปีเงินน่าจะล้นไปแล้ว ผมถามว่ามันรวยจริงไหม มันก็ไม่ได้รวยจริง และที่บอกว่าไทยหายจน ไทยไม่เทา ถามว่าแก้เทาได้ไหม แก้คอร์รัปชันได้ไหม มันก็แก้ไม่ได้ รวมถึงพรรคการเมืองเหล่านั้นได้อำนาจในการบริหารประเทศไปและได้พิสูจน์ตัวเองไปแล้วว่าเขาทำไม่ได้”นายมงคลกิตติ์ กล่าว

ลายน้ำ - 2026-04-20T124806.162.jpg

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่าเพราะฉะนั้นถ้าดำเนินคดีกับตนในข้อหาหาเสียงเกินจริงก็ต้องให้ตนได้เป็นรัฐบาลก่อนแล้วไปพิสูจน์ว่าทำได้แค่ไหน แต่สิ่งที่กกต.จะต้องดำเนินคดีคือดำเนินคดีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2566 พรรคการเมืองที่หาเสียงแล้วทำไม่ได้ตามนโยบายที่ส่งกกต. ต้องดำเนินคดีทุกพรรค หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากกกต. ปล่อยคนอื่นไปก็ต้องปล่อยตนด้วย

ส่วนกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาจะประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสังคม และ สว.เพชรบุรี จะเสนอแก้ไขกฎหมายให้รัฐบาลเพิ่มภาษีจาก 7% เป็น 10% นั้น ตนขอคัดค้านอย่างเต็มที่เพราะเป็นการเก็บเงินกับคนไทย 65 ล้านคน ซึ่งเหมือนเป็นการซ้ำเติมคนไทยเข้าไปอีก จึงขอร้องไม่ให้เสนอแก้ไขกฎหมายนี้เพราะรัฐบาลไม่มีเงินและตอนนี้กำลังจะกู้เงินเพื่อซัพพอร์ตราคาน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลควรหาเงินด้วยวิธีอื่นไม่ใช่เพิ่มภาระให้ประชาชน

ท้ายนี้ นายมงคลกิตติ์ฝากถึงนายราเชน ตระกูลเวียง สส.บัญชีรายชื่อพรรคทางเลือกใหม่ ว่า ขณะนี้มีอายุการเป็น สส. ยังไม่ถึง 1 เดือน หากต้องการทำประโยชน์เพื่อประชาชน ขอเสนอข้อแรกให้ไปกระซิบกับนายกรัฐมนตรีว่าอย่าเพิ่มภาษีน้ำมัน และให้ไปถามสมาชิกพรรคทางเลือกใหม่ รวมถึงประชาชนที่เลือกเข้ามา ว่าต้องการให้นายราเชนไปบอกนายกรัฐมนตรีว่าอย่าขึ้นภาษี หากมีการขึ้นภาษี ตนจะขอถอนตัวจากรัฐบาล   นอกจากนี้ เรื่องน้ำมันไม่จำเป็นต้องไปกู้เงิน ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือเอาเงินไปซื้อโรงกลั่นบางจากศรีราชาใช้เงินเพียง 5 หมื่นกว่าล้านบาท จะทำให้อำนาจระหว่างโรงกลั่นกับโรงกลั่นลดลงมา เพราะฉะนั้นราคาน้ำมันจริง ๆ ไม่ได้แพง หลัก ๆ ไม่เกิน 33-35 บาทรวมภาษี เพียงแต่นำไปเพิ่มค่ากลั่นและอิงราคาสิงคโปร์เท่านั้น

นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่ายังมีบุคลากรทางการเมืองหลายคนถือหุ้นอยู่ในโรงกลั่น แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมฝากถึงนายราเชน และพรรคเล็กพรรคน้อยอื่น ๆ ว่า เรื่องใดที่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนก็ควรคัดค้าน ไม่ใช่เป็นฝ่ายรัฐบาลแล้วสั่งให้ชิด ยืน นั่ง หมอบ ก็ทำตามมีอะไรก็ต้องพูด โดยเฉพาะนายราเชนได้เสียงมาจากประชาชนโดยไม่ได้ซื้อแม้แต่คะแนนเดียว เพราะฉะนั้นควรทำประโยชน์ให้กับประชาชน

ภาพ : Punyaphon Rakcharoen

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964