
วันนี้ (21 เม.ย. 69) เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสท.) และกลุ่มมวลชน "ศาสน์ กษัตริย์ ชาติ แผ่นดิน" ยื่นข้อเรียกร้อง “วาระประชาชน” ต่อนโยบายรัฐบาล โดยมีข้อเสนอดังนี้
1.ขอให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบอย่างเร่งด่วน โดยคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่เพื่อแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว
2.ขอให้ยกเลิกข้อตกลงไทย–กัมพูชา MOU43 และ MOU44 โดยทันที
3.ขอให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างค่าจ้างแรงงาน ให้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ครอบคลุมทุกอาชีพ
4.ขอให้เร่งปฏิรูประบบรัฐวิสาหกิจด้านสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา รถไฟ ให้มีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช่การแปรรูปในลักษณะเดียวกับ ปตท.
5.ขอให้เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความเสมอภาคของประชาชนทุกคน
ด้านตัวแทน คปท. กล่าวว่า ภายหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบาย ทางเครือข่ายจะมายื่นหนังสือเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารนโยบาย ปรับโครงสร้างพลังงานไทย เพื่อปรับค่าครองชีพแรงงาน เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น รัฐบาลควรรีบปรับโครงสร้างให้สูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ ยังระบุว่าหากนายทักษิณ ชินวัตร พ้นโทษในวันที่ 11 พ.ค. 69 นี้ อาจมีอิทธิพลส่งผลต่อพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยในการบัญญัติ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เพราะก่อนหน้านี้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยแถลงนโยบาย แต่ในการปฏิบัติกลับเป็นนโยบายที่ไม่เคยถูกแถลงในสภา อีกทั้งรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสมระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ตนก็เกรงว่าจะมีการลักลั่นเกิดขึ้น ส่วนการออก พ.ร.ก. กู้เงินฉุกเฉินโดยรัฐบาลนั้น เป็นการผลักภาระให้ประชาชนต้องรับผิดชอบฝ่ายเดียว ซึ่งรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งรัดมาตรการนี้ให้ประชาชนได้รับทราบ
ด้านตัวแทนสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า แรงงานไทยต้องเจอกับค่าครองชีพที่สูงซึ่งค่าจ้างแรงงานไม่ได้ปรับขึ้นตาม ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้กับแรงงานทั่วประเทศ อีกทั้งในการแถลงนโยบายของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนถึงการแก้ปัญหาค่าครองชีพสูงของแรงงาน

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมารับยื่นหนังสือข้อร้องเรียนพร้อมกล่าวขอบคุณ คปท. และเครือข่ายที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนนำเสนอข้อห่วงใยและสะท้อนความกังวลต่อรัฐบาล พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลรับทราบทุกประเด็นที่มีการยื่นเสนอผ่านช่องทางต่าง ๆ หากเรื่องใดที่พิจารณาแล้วเสร็จจะมารายงานให้ทราบต่อไป
สำหรับกรณี MOU44 รัฐบาลมีความชัดเจนในทิศทางการดำเนินการแล้ว ส่วนการดูแลความเดือดร้อนของประชาชนและแรงงาน โดยเฉพาะการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายก็จะมีมาตรการออกมาหลังจากนี้ รวมถึงแนวคิดการพัฒนา Entertainment Complex เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งขอยืนยันว่าไม่มีประเด็นกาสิโน ขณะเดียวกัน ในด้านความมั่นคงจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงกลาโหม ประชาชนในพื้นที่ และมิติด้านการต่างประเทศอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเข้าใจความกังวลของทุกภาคส่วน และพร้อมเร่งแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่ หากมีเรื่องใดที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จะต้องมีการชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสะท้อนเสียงของประชาชนมาโดยตลอด
รูปภาพ : Punyaphon Rakcharoen
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964