
วันนี้ (21 เม.ย. 69) เวลา 09.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ของนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า มีการรายงานผลจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งขณะนี้มีกำลังพลดับไฟ 6,000-7,000 คน ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่แห้งแล้งมาก และฝนมาช้ากว่าทุกปี
โดยไฟที่เกิดขึ้นเกิดจากประชาชนที่ต้องการหาของป่า เพราะไฟที่เกิดตามธรรมชาติมีน้อย ทั้งนี้เราสามารถลดจุดความร้อน (Hotspot) ได้เยอะแล้ว โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ดับไฟจากยอดเขา เจ้าหน้าที่เองก็เหนื่อยล้า และต้องดับไฟในช่วงเวลากลางคืน เพราะกลางวันมีความเสี่ยงเป็นฮีทสโตรกซึ่งอันตราย ส่วนงบประมาณก็ใช้เท่าที่มีอยู่โดยใช้ส่วนของรายได้อุทยานจากภาคใต้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนจะเกิดความมั่นใจได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องให้กรมประชาสัมพันธ์สื่อสารกับผู้ว่าราชการจังหวัดและประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้แก้ปัญหาในหลายด้าน โดยเฉพาะห้องปลอดฝุ่นของนักเรียน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปพิจารณา ส่วนกระทรวงทรัพยากรฯ จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเผาป่า จึงขอให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของการเผาป่าว่าการเข้าไปเผาเพื่อหาของป่าทำให้เกิดมลพิษต่อคนหมู่มาก ดังนั้นต้องระมัดระวัง

เมื่อถามอีกว่าจะมีมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์อยู่แล้ว การที่นายกรัฐมนตรีไปลงพื้นที่ก็เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และขณะนี้เราจะผลักดัน “เชียงดาวโมเดล” โดยให้ชุมชนรอบนอกมาช่วยกันรักษาผืนป่า และเรากำลังพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้คนหาของป่ามีรายได้จากช่องทางอื่นที่มากกว่าเดิม
เมื่อถามว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในสภาฯ มาทบทวนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราสนับสนุนกฎหมายดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เนื่องจากขณะนี้ พ.ร.บ. อากาศสะอาด อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 ของวุฒิสภา ซึ่งกำลังพิจารณาในส่วนที่มีความขัดแย้งบางส่วน หากพูดไปก็เหมือนปกป้องนักธุรกิจ แต่ต้องเข้าใจว่าเราดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีสิทธิประโยชน์เยอะมาก ดังนั้นเราต้องออกกฎหมายที่ไม่ขัดแย้งต่อ พ.ร.บ. การลงทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของวุฒิสภา แต่รัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุน พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพียงแต่ต้องพิจารณาในหลายส่วน เช่น นิยามของคำว่า “กลุ่มเปราะบางทำงานกลางแจ้ง” ว่าจะตีความอย่างไร และจะเยียวยาในรูปแบบใด ส่วนเรื่องค่าปรับก็ต้องดูความเหมาะสม เพราะการออกกฎหมายต้องพิจารณาให้ครบทุกมิติทั้งสองด้าน
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964