“เราไม่เสียตัวตน แต่ต้องขยายแนวร่วม” เท้ง ณัฐพงษ์ ยันดึง “สุรพล” ช่วยงาน กทม. โจทย์ใหญ่เพื่อล้มระบอบผูกขาด!

2026-06-05 14:07 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (25).jpg

วันนี้ (5 มิ.ย. 69) ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการทาบทาม นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตสมาชิก สนช. ปี 2549 มาดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. โดยระบุว่า ตัวแทนของพรรคและตัวนายสุรพลเองได้ชี้แจงผ่านสื่อไปในระดับหนึ่งแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องขยายความเพิ่ม

สำหรับข้อกังวลเรื่องจุดยืนของนายสุรพลที่ระบุว่าตนเองไม่ได้เปลี่ยนหลักการ จนทำให้ถูกมองว่ายังคงสนับสนุนการรัฐประหารนั้น นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนคือไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร และต้องการให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การร่วมงานกับบุคคลอื่นอาจมีวิธีคิดหรือเฉดทางการเมืองที่แตกต่างกันบ้าง แต่อยู่บนเป้าหมายใหญ่ที่อยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้นร่วมกัน อีกทั้งบทบาทของนายสุรพลจำกัดอยู่เพียงการให้คำปรึกษาด้านการบริหารงาน กทม. ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยไม่มีอำนาจหรือส่วนในการตัดสินใจทางการเมืองและการบริหารพรรคประชาชนแต่อย่างใด ตำแหน่งปัจจุบันจึงถือว่ามีความเหมาะสมแล้ว และพรรคจะไม่มีการทบทวนบทบาทนี้

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่เคยทาบทามนายสุรพลให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มาก่อน เนื่องจากพรรคต้องการเฟ้นหาแคนดิเดตที่มีประสบการณ์และเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างใหญ่ ๆ ของกรุงเทพฯ เช่น พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ปัญหาสาธารณสุข และการจัดการขยะ เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนงานต่อยอดจากสิ่งที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้วางรากฐานไว้ ส่วนกระแสตัดพ้อภายในพรรคที่มองว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตาคนที่ทำงานมาก่อนนั้น นายณัฐพงษ์ยอมรับว่ากระบวนการภายในต้องนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ขอให้เข้าใจว่าบุคคลที่พรรคเชิญมาร่วมงานบางคนมีข้อจำกัดและต้นทุนชีวิตที่ต่างกัน พรรคจึงต้องพยายามออกแบบกระบวนการที่เปิดกว้างและรักษาสมดุลตรงนี้

ลายน้ำ (4).jpg

ในประเด็นที่ถูกมองว่าการดึงนายสุรพลมาร่วมงานจะทำให้เสียมวลชนและนักวิชาการฝั่งประชาธิปไตย โดยเฉพาะนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่ออกมาแสดงความไม่สบายใจ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าตนเข้าใจการสื่อสารดังกล่าว แต่ชี้แจงว่าโจทย์สำคัญในปัจจุบันคือการเอาชนะระบอบสีน้ำเงินและการเมืองผูกขาดที่รวบอำนาจและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไว้กับคนกลุ่มน้อย หากต้องการเอาชนะระบอบนี้ พรรคจำเป็นต้องขยายแนวร่วมและเปิดกว้างรับคนที่เคยมีความเห็นต่างในอดีตเข้ามา โดยที่พรรคยังคงรักษาตัวตนและหลักการเดิมไว้ ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แงกนกกุล โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดนั้น ตนไม่ได้กังวลเพราะสิ่งที่นายปิยบุตรแสดงความเห็นไม่ได้ขัดต่อหลักการทำงานของพรรค และตนยังคงพูดคุย ปรึกษา และเคารพนายปิยบุตรตามปกติ

เมื่อถูกตั้งคำถามว่าพรรคประชาชนเป็นผู้สร้างระบอบสีน้ำเงินขึ้นมาเองจากการทำข้อตกลง MOA หรือไม่ นายณัฐพงษ์ได้ตั้งคำถามกลับว่า ก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่มีใครคาดเดาผลล่วงหน้าได้ ซึ่งในเวลานั้นมีการโยกย้ายข้าราชการและมีกระบวนการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใสในหลายพื้นที่ การตัดสินใจโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีตาม MOA ในวันนั้น จึงเป็นไปเพื่อเปิดประตูไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขกติกาสูงสุดของประเทศให้องค์กรอิสระและวุฒิสภายึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ยืนยันว่าพรรคยังคงเดินหน้าตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม ไม่ใช่แค่เชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะกรณีที่ดินเขากระโดงที่สมาชิกพรรคกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามช่องทางที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่าตนไม่ได้กดดันกับกระแสโจมตี แต่เน้นความเข้าใจ แม้ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะน่าผิดหวัง แต่ตนและสมาชิกพรรคจะไม่จมปลักอยู่กับความสิ้นหวัง และจะเดินหน้าขับเคลื่อนงานในสภาอย่างเต็มที่ต่อไป

ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964