ย้อนมหากาพย์ “ทักษิณ” “กลับไทย รับโทษ คืนสู่อิสรภาพ”

2026-05-11 13:05 Khanisorn Lorthongdaeng

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-05-11T123119.880.jpg

หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่กำลังเดินเข้าสู่บทสรุป เส้นทางของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 เต็มไปด้วยจุดหักเหสำคัญ ทั้งการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ การพักโทษ ไปจนถึงการกลับเข้าเรือนจำอีกครั้งจากคำสั่งศาลฎีกาฯ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติอีกครั้งในวันที่ 11 พ.ค. 2569

ทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย นายทักษิณปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนและกลุ่มผู้สนับสนุน ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังคำพิพากษาใน 3 คดีเก่า ประกอบด้วย คดีให้นอมินีถือหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คดีทุจริตโครงการสลากเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว หรือหวยบนดิน และคดีสั่งการธนาคาร Exim Bank ปล่อยกู้รัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4,000 ล้านบาท รวมโทษจำคุก 8 ปี ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยโทษลดเหลือจำคุก 1 ปี

ลายน้ำ - 2026-05-11T120615.974.jpg

อย่างไรก็ตาม เพียงคืนแรกของการรับโทษในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ช่วงกลางดึกวันที่ 22 ต่อเนื่อง 23 ส.ค. 2566 นายทักษิณมีอาการป่วยกำเริบ ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ และพักรักษาตัวยาวนานกว่า 6 เดือน ระหว่างวันที่ 23 ส.ค. 2566 ถึง 17 ก.พ. 2567 โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าวแทบไม่มีภาพปรากฏต่อสาธารณะ มีเพียงครั้งเดียวที่โลกออนไลน์เผยแพร่ภาพขณะเจ้าหน้าที่เข็นเตียงผู้ป่วยบริเวณทางเดินหน้าอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา เพื่อเข้ารับการทำ CT Scan และ MRI

ต่อมา นายทักษิณได้รับการพักโทษกรณีพิเศษ เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี มีอาการป่วย และรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ก่อนถูกปล่อยตัวกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2567 ท่ามกลางภาพสวมอุปกรณ์พยุงคอและแขน

ลายน้ำ - 2026-05-11T120505.386.jpg

แต่ประเด็นการรักษาตัวบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ กลายเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่ “การคุมขังภาค 2” หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ “บังคับโทษ” ใหม่ โดยวินิจฉัยว่ากระบวนการส่งตัวออกไปรักษานอกเรือนจำไม่เป็นไปตามกฎหมาย ส่งผลให้ระยะเวลารักษาตัวดังกล่าวไม่นับเป็นเวลารับโทษ และต้องกลับเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษต่อให้ครบตามโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยลดเหลือ 1 ปี

วันที่ 9 ก.ย. 2568 นายทักษิณถูกควบคุมตัวกลับเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก่อนย้ายไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมในฐานะนักโทษเด็ดขาด ระหว่างรับโทษได้รับอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี โดยตั้งแต่การเยี่ยมครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2568 จนถึงนัดสุดท้ายเมื่อ 7 พ.ค. 2569 ครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดผลัดเปลี่ยนเข้าเยี่ยมรวม 61 ครั้ง


สำหรับการพักโทษรอบล่าสุด แม้จะผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทั้ง 3 ระดับ ทั้งระดับเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม แต่เงื่อนไขแตกต่างจากครั้งแรกอย่างชัดเจน เนื่องจากนายทักษิณต้องติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ EM จนกว่าจะครบกำหนดพ้นโทษ พร้อมรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเดือนละครั้ง เป็นเวลา 4 เดือน หากฝ่าฝืนเงื่อนไขอาจถูกส่งกลับเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษส่วนที่เหลือทันที

ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569 กรมราชทัณฑ์จะออก “ใบบริสุทธิ์” หรือใบสุทธิ จำนวน 2 ฉบับ เพื่อยืนยันการพ้นโทษตามกฎหมาย โดยฉบับหนึ่งใช้แสดงตนต่อหน่วยงานรัฐหรือใช้ประกอบการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ส่วนอีกฉบับจะเก็บไว้เป็นหลักฐานภายในเรือนจำ

ลายน้ำ - 2026-05-11T120448.507.jpg

แม้เส้นทางการรับโทษใกล้สิ้นสุดลง แต่ปัจจุบันนายทักษิณยังเหลือคดีสำคัญอีก 1 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ คือคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่ฝ่ายโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2568 ซึ่งยังต้องจับตาว่าปลายทางของคดีนี้จะลงเอยอย่างไรต่อไป

ภาพ : Yanawut Samphaothong

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964