
วันนี้ (25 พ.ค. 69) ที่ร้านเตี๋ยวในสวน ปากซอยระนอง 2 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีต สส. ประชาธิปัตย์ ได้เปิดตัวลงชิงตำแหน่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงเปิดนโยบายต่าง ๆ ที่ตนเองจะทำ โดยการลงสมัครในครั้งนี้ ดร.มัลลิกา นั้นมาในนามอิสระ (ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด)
เมื่อพูดถึงกรุงเทพมหานคร ดร.มัลลิกา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น และขณะเดียวกันไม่ได้มีแค่พลเมืองกรุงเทพฯ แต่ยังมีพลเมืองที่ร่วมอาศัยอยู่มากมาย จุดที่พีคที่สุดในการตัดสินใจลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ที่ทำให้ลงสมัครเลือกตั้งนั้นเป็นเพราะว่าเรื่องสุขอนามัย ฝุ่น PM 2.5 เป็นสิ่งที่ ดร.มัลลิกา ตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย เราจะทำอย่างไรที่จะดูแลคุณภาพชีวิตของพวกเราเอง ของลูกหลานเราเอง ของประชากรในพื้นที่ ของพลเมืองในกรุงเทพฯ และพลเมืองที่ต้องแบกครอบครัว มีความหวังที่อยู่ข้างหลังของพวกเขา และสามารถทำงานได้อย่างดี วันนี้ ดร.มัลลิกา จึงมาพร้อมกับสโลแกน ‘Human innovation’ เป็นมนุษย์ที่ทันกาลเวลาและนวัตกรรมที่เรียกว่า ‘นวัตกรรมสร้างอนาคตที่ดีกว่า’ และขณะเดียวกันเราจะนำกระบวนการที่นำ AI ที่เป็นสมองกลมา Generate กับสมองคน สำหรับสมองคนคือสมองของ ผู้ว่าฯ กทม. และทีม พร้อมกับคณะทำงานทั้งหมด

โดยนโยบายต่าง ๆ ตั้งใจนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI เข้ามาจัดการปัญหาเมืองหลวงในทุกมิติ เช่น
การจราจรและผังเมือง: นำระบบ AI Traffic มาบริหารจัดการเส้นทางเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด
การจัดการน้ำท่วม: ใช้ระบบ AI-X Band เรดาร์ประมวลผลและพยากรณ์เมฆฝนล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือและเตือนภัยน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ
ความปลอดภัย: ติดตั้งระบบ AI ครอบคลุมกล้อง CCTV และเพิ่มระบบไฟส่องสว่างตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมนำ AI-Drone มาใช้ในงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สิ่งแวดล้อม: แก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีล้างฝุ่นด้วยฝน พร้อมบูรณาการระบบจัดการร่วมกับจังหวัดปริมณฑลและทั่วประเทศ
เมืองไม่หลับใหล โอกาสไม่สิ้นสุด

ในด้านเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ดร.มัลลิกา ชูนโยบายเชิงรุกเพื่อลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ ได้แก่:
อุ้ม SMEs: บริการจับคู่กู้เงินเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน รองรับวิกฤตพลังงาน
ผลักดัน E-Commerce: เพิ่มอาชีพและช่องทางการขายเพื่อกระจายรายได้
Street Food Paradise: ปั้นกรุงเทพฯ ให้เป็นสวรรค์แห่งอาหารโต้รุ่ง ทานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจยามค่ำคืน
Work from Anywhere: เพิ่มพื้นที่สีเขียว (สวนสาธารณะ) ควบคู่ไปกับ Coffee Cafe ประจำเขต เพื่อให้คนกรุงสามารถนั่งทำงานและพักผ่อนได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงการยกระดับศูนย์สาธารณสุขใกล้บ้าน

มนุษย์ทันกาลเวลา หรือ Human innovation นั่นหมายถึงว่าเราจะทันยุคทันกาลเวลาทันสมัย และทันกระทั่งอนาคตไปด้วยกัน เราจะไม่รออีกแล้ว 4 ปี 8 ปี รอเชื่อมต่อและรอต่อยอดอีก 12 ปี แต่เราต้องดีวันนี้ เราต้องสุขสบายวันนี้ เราจะไม่รอ 70 ปีแล้วค่อยสบายในกรุงเทพมหานคร เราจะไม่รออายุ 80 แล้วค่อยให้เมืองเจริญรองรับชีวิตของเรา ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องอายุ 60 แล้วสร้างเมืองรอลูกหลานให้เจริญเติบโต และในขณะเดียวกันเราก็ยังย่อยสลายกันไป
แต่สำหรับ ดร.มัลลิกา เราจะใช้นวัตกรรมแห่งอนาคตจัดการปัจจุบัน และในขณะเดียวกันเราจะเอาเรื่องที่ผ่านมามาเป็นบทเรียนเป็นบททดสอบ และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งในฐานะสื่อมวลชน นักการเมือง และผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน มั่นใจว่าไม่มีปัญหาไหนของกรุงเทพฯ ที่เกินมือหรือเกินความสามารถ พร้อมที่จะเดินหน้าไปกับประชาชนทุกคน เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพร้อมแข่งขันในเวทีโลก
ดร.มัลลิกา ยังกล่าวว่า วันนี้ทีมทั้งหมดเตรียมพร้อมแล้ว มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เป็นการเปิดตัวผู้นำที่จะไปสู้กับผู้นำอื่นที่อยู่ในสนาม และขอให้มั่นใจว่าผู้นำหน้าตาแบบนี้จะไม่มีการกินสินบาทคาบสินบน เราก็จะสามารถสร้างเมืองที่เห็นทองคำอยู่รำไร สร้างเมืองให้สว่างไสว และจุดประกายเพื่อให้คนทั่วโลกมาที่กรุงเทพฯ
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964