“พี่เต้” 67 จับได้เบอร์ 7 เชื่อมั่น “ภาสพงศ์” ทำงานไวกว่า “ชัชชาติ” 4 เท่า!!

2026-05-28 17:46 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-05-28T164606.483.jpg

วันนี้ (28 พ.ค. 69) ที่อาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พร้อมด้วย นายภาสพงศ์ ไชยวิริยะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางสาวภคอร จันทรคณา ผู้สมัครรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีการแถลงนโยบายและความตั้งใจในการเข้ามาบริหารกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำว่าเป็นกลุ่มคนหน้าใหม่ที่อยากให้ประชาชนเปิดใจรับฟังนโยบายที่คิดมาเพื่อแก้ปัญหาครบทุกมิติและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งปัญหาวิกฤตของเมืองอย่างรถติด คมนาคม น้ำท่วม ขยะ และฝุ่น PM 2.5 จะถูกจัดการผ่านนโยบายทั้งหมด 48 ข้อ โดยนายมงคลกิตติ์เป็นคนคิด 33 ข้อ และนายภาสพงศ์คิด 15 ข้อ

สำหรับนโยบายไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮา ประกอบด้วย นโยบายคลองแสนแสบกินได้ โดยตั้งเป้าฟื้นฟูน้ำให้ใสจนเห็นตัวปลาและสามารถว่ายน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย มีกำหนดแผนงานตั้งแต่สิงหาคมถึงธันวาคม 2569 จะทำเบื้องต้นให้สำเร็จ 2 กิโลเมตร ก่อนจะขยายผลเป็น 10 กิโลเมตรในปี 2570 และ 20 กิโลเมตรในปี 2571 จนครบทั้งหมดในที่สุด ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วยการใช้เซนเซอร์ตรวจจับการเผาไหม้ของรถยนต์ ตรวจสอบโรงงาน และไฮไลท์สำคัญคือการนำเข้ารถยนต์บินได้จากจีนหรือสหรัฐฯ มาใช้ในหน่วยงานราชการภายในปีนี้ และตั้งเป้าให้เพิ่มขึ้นเป็นแสนคันในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เพื่อลดปริมาณรถบนท้องถนนและทางด่วน นอกจากนี้ยังมีการจำกัดเวลาวิ่งของรถยนต์ตามอายุการใช้งาน เช่น รถอายุ 7 ปี หรือ 7-14 ปี จะมีช่วงเวลาวิ่งที่แตกต่างกันเพื่อลดปริมาณคาร์บอน

นอกจากเรื่องเมืองและการคมนาคมแล้ว ทางกลุ่มยังมีนโยบายด้านสังคมเพื่อแก้ปัญหาคนกรุงขาดคู่และเพิ่มอัตราการเกิด โดยจะจัดตั้งสำนักงานจัดหาคู่ในสำนักงานเขตทุกเขต สนับสนุนให้คนกรุงเทพฯ ทำงาน ออกกำลังกาย พักผ่อน และปั๊มลูก เพื่อไม่ให้โรงเรียนใน กทม. ขาดแคลนนักเรียน ในส่วนของนโยบายปากท้องและพลังงาน มีแนวคิดจะนำงบประมาณที่เหลือและระดมทุนรวมประมาณ 500 ล้านบาท ไปซื้อโรงกลั่นน้ำมันของกรุงเทพฯ เพื่อผลิตและขายน้ำมันให้คน กทม. ในราคาไม่เกิน 32 บาท ควบคู่กับการลดภาษีท้องถิ่นในการเติมน้ำมัน

ทางด้านสาธารณสุขและความงาม มีนโยบายพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ร่วมมือกับเอกชน เพื่อปรับโฉมคนกรุงเทพฯ ให้เหมือนคนเกาหลี โดยชูสโลแกนผู้หญิงสวย ฟิต ผู้ชายหล่อ ใหญ่ ยาว ซึ่งข้าราชการจะได้รับสิทธิ์ทำฟรี ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้ส่วนลด 5-7 เท่า ปิดท้ายด้วยนโยบายการท่องเที่ยวและนวัตกรรมสุดล้ำ กับโครงการส่งคน กทม. ไปสัมผัสชั้นบรรยากาศอวกาศจริงจำนวน 100 คน โดยใช้เงิน กทม. 200 ล้านบาท ร่วมกับเงินสมทบจากเอกชนอีก 800 ล้านบาท รวมถึงการสร้างไดโนปาร์คหรือสวนสนุกไดโนเสาร์ใน กทม. เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยนายมงคลกิตติ์มั่นใจว่านโยบายทั้งหมดสามารถทำได้จริงหากได้รับโอกาสจากคนกรุงเทพฯ เข้าไปบริหาร

โดยเลขที่ นายภาสพงศ์จับได้ก็คือ เบอร์ 7 ซึ่งเป็นเลขที่นายมงคลกิตติ์อยากได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะตนเองเกิดที่พระราม 7 นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า “ยังเชื่อมั่นว่าชาว 67 ชาว Gen Z ยังรักพวกเราเหมือนเดิม และยังเชื่อมั่นอีกว่า นายภาสพงศ์จะทำงานได้เร็วกว่านายชัชชาติถึง 4 เท่าเพราะพวกเราทำงานกันเป็นทีม และเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ต้องให้โอกาสเรา เพราะยังให้โอกาสนายชัชชาติมาแล้ว 4 ปี ต่อไปก็หวังว่าประชาชนจะให้โอกาสพวกเราด้วย”

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964