
วันนี้ (2 มิ.ย. 69) เวลา 12.18 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงทิศทางสำคัญของรัฐบาลในการเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งใหญ่ ว่า การเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งใหญ่มุ่งยกระดับการจัดการเรียนการสอน 3 วิชาหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีโครงการระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill Credit Portfolio) มูลค่า 5.4 พันล้านบาท ที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้งบประมาณจำนวนมากจะทบทวนโครงการนี้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกระบวนการหลังจากเราทำทีโออาร์ และมีเสียงสะท้อน โดยมีการพูดคุยและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ เดี๋ยวจะเสนอทีมร่างทีโออาร์ เพื่อดูแผนในการดำเนินการต่าง ๆ ต่อไป
เมื่อถามว่าจะไม่ยกเลิกโครงการนี้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ในเรื่องนี้ตามขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งตอนแรกจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาส่วนนี้ เพื่อให้ความชัดเจนว่าเราสามารถทำอะไรกับตรงนี้ได้บ้าง และรับฟังเสียงจากทุกคน

เมื่อถามอีกว่ากรณีโลกโซเชียลมีการเรียกร้องให้ยกเลิกวิชารำกระบี่กระบอง ลูกเสือ-เนตรนารี และวิชาประวัติศาสตร์ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เราต้องสื่อสารให้ชัดเจน เราอยากทำให้เป็นบริบทเดียวกัน ไม่ใช่แยกแต่ละวิชา เพราะปัจจุบันเราต้องมีการบูรณาการ ซึ่งเราพยายามทำในเชิงมิติสังคม และวิทยาการ ให้ผสมได้อย่างลงตัว
เมื่อถามอีกว่าในอนาคตมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปฏิรูปเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์ หรือหน้าที่พลเมือง นายยศชนัน กล่าวว่า ในเรื่องของ Global Citizens อาจจะไม่ใช่ชื่อวิชานี้แต่จะเป็นการผสมด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมต่าง ๆ เชื่อว่าจะผสมเรื่องเหล่านี้เข้ากันได้ โดยที่มีดีเอ็นเอของความเป็นไทยอยู่
ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า มี 3 กลไกขับเคลื่อน และการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด พร้อมชี้แจงกรอบการขับเคลื่อนของกระทรวงฯ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. ส่วนรายวิชา มุ่งเน้นเนื้อหาที่ทันสมัยและวิเคราะห์เชิงลึก 2. ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เน้นการฝึกวินัยและจิตสาธารณะ 3. ส่วนกิจกรรมเสริมหลักสูตร ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ครอบคลุมความรักชาติ ซื่อสัตย์ มีวินัย และความเป็นไทย

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ภาษาไทย คือฐานรากที่แข็งแกร่งสู่การเรียนรู้ภาษาที่สอง สำหรับวิชาภาษาไทย เน้นย้ำว่าการรักษาภาษาแม่คือการรักษาตัวตน โดยยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่มีหน่วยงานระดับชาติกำกับดูแลมาตรฐานภาษา ควบคู่ไปกับการผลักดันสู่เวทีโลก
ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการได้สื่อสารแนวทางทั้งหมดไปยังสถานศึกษาทุกสังกัด ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรแกนกลางฯ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป โดยในวันที่ 4 มิ.ย. นี้ กระทรวงศึกษาธิการจะมีการประชุมอนุกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. การศึกษาครั้งแรก โดยมีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานคณะอนุกรรมการ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในด้านการศึกษาเข้าร่วมประชุม
เมื่อถามว่าเนื้อหาเหล่านี้ จะอยู่ใน พ.ร.บ. การศึกษาอันใหม่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เนื้อหาเหล่านี้จะเป็นในรายละเอียด ส่วน พ.ร.บ. ใหม่ เป็นหลักการกว้าง ๆ ในเรื่องการส่งเสริมผู้เรียน เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ. เดิม เป็น พ.ร.บ. ปี 2560 ซึ่งเป็น พ.ร.บ. ล่าสุด แต่มันมีรากมาจาก พ.ร.บ. ปี 2542 เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าทุก พ.ร.บ. ให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
เมื่อถามต่อถึงกรณีฝ่ายค้านตรวจสอบการใช้งบประมาณ ของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการใช้เทคโนโลยี ว่าอาจจะไปซ้ำรอยเรื่องเอไอของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายประเสริฐ กล่าวว่า ในเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ตรวจสอบโครงการนี้อยู่ แต่เนื่องจากโครงการนี้เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาเป็นปีงบประมาณ 2569 แต่เมื่อเรามาดำรงตำแหน่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องดูให้ละเอียดรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีความโปร่งใสเป็นประโยชน์กับนักเรียน และนักศึกษาอย่างแท้จริง
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964