“พิพัฒน์” ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ลั่นใช้ตั๋วใบเดียวเชื่อมทุกสาย ดีเดย์เป็นของขวัญปีใหม่ 1 ม.ค. 70

2026-06-23 12:52 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (50).jpg

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมพิจารณามาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ นโยบายตั๋วร่วม ว่า รัฐบาลได้ดำเนินการนำร่องมาแล้วในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง ในราคา 20 บาทตลอดสาย แต่ในขณะนี้กำลังขยายผลเพื่อให้รถไฟฟ้าทุกเส้นทางกลับมาเป็นของทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ รฟม. อย่างไรก็ตาม การจะดำเนินการให้ทุกเส้นทางกลับมาเป็นของรัฐนั้น จะต้องไปซื้อคืนสัมปทานบางเส้นทางจากภาคเอกชน ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนสูงมาก เนื่องจากบางเส้นทางไม่ใช่ของรัฐ และมีบางสัญญากำลังจะหมดอายุสัมปทานลงภายในปี 2572 ซึ่งมีมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลจึงเลือกใช้วิธีการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในอัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยจะจัดเก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวไม่ว่าจะเดินทางเชื่อมต่อกี่สายก็ตาม และหลังจากนี้เตรียมที่จะหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแนวทางตามนโยบายของรัฐบาลที่จะนำรถไฟฟ้าทุกเส้นทางกลับมาเป็นของรัฐ ว่าจะระดมทุนจากแหล่งใด ซึ่งมีแนวคิดที่จะนำโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมดเข้าไประดมทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาเตรียมการไม่น้อยกว่า 1-2 ปี

“เป็นการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณนั้น เพื่อที่จะระดมเงินทุนมาซื้อกิจการรถไฟฟ้าทั้งหมด ให้กลับมาเป็นของรัฐ ซึ่งก็น่าจะเกิดขึ้นได้จริง และเมื่อถึงจุดนั้น ก็จะมีรายละเอียดการดำเนินการที่ชัดเจนออกมาทั้งหมด เช่น ตั๋ววัน (One Day Trip) ตั๋วสัปดาห์จะกำหนดราคาเท่าไหร่ รวมถึงส่วนลดสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ และผู้พิการ จะดำเนินการอย่างไร” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ ยังเปิดเผยอีกว่า หาก ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว กระทรวงคมนาคมจะพยายามเร่งรัดการดำเนินงานให้ทันเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยตั้งเป้าหมายจะเริ่มเปิดใช้งานระบบตั๋วร่วมทุกเส้นทางในวันที่ 1 มกราคม 2570 ในอัตรา 17-45 บาท ซึ่งจะสามารถใช้เดินทางได้ทุกเส้นทางด้วยตั๋วใบเดียวกันทั้งหมด แต่ในกรณีของรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เอกชนยังถือสัมปทานอยู่นั้น ต้องเรียนตามตรงว่ารัฐบาลจำเป็นต้องหาวิวิธีนำเงินบางส่วนไปชดเชยให้กับผู้ประกอบการ เพื่อนำมาคืนกำไรและลดภาระให้กับผู้ใช้บริการหรือประชาชนทั่วไป แต่ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือการพิจารณาว่า จะใช้สถาบันการเงินหรือระบบสำนักหักบัญชี (Clearing House) ใดในการทำหน้าที่จัดเก็บและบริหารจัดการเงินค่าโดยสารล่วงหน้า ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นดุลพินิจของกระทรวงการคลังที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม การนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในวันนี้ จะเป็นการขอความเห็นชอบในหลักการก่อน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถขับเคลื่อนการทำงานให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนตามกรอบเวลาที่วางไว้

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964