ป.ป.ช. ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เสียหายยับ 4.5 พันล้าน “วรศิษฎ์” ลั่นข้าราชการเอี่ยวฟันไม่เลี้ยง!

2026-06-23 16:38 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (62).jpg

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งพบความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งในขณะนั้นเริ่มมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ 5 หน่วยงาน เพื่อตรวจสอบกระบวนการสอบทั้งหมดและป้องกันการทุจริต จนกระทั่งในวันนี้มีการตรวจพบหลักฐานการทุจริตและนำไปสู่การปฏิบัติการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ในที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่สอบคัดเลือกผ่านและพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตจะต้องถูกยกเลิกผลการสอบหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงในตอนนี้ เนื่องจากกระบวนการที่เกิดขึ้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ว่าจ้างหน่วยงานในการจัดสอบ และผู้รับจ้างจัดสอบจะเป็นผู้ดำเนินการสอบรวมถึงตรวจสอบกระบวนการต่าง ๆ ก่อนจะส่งผลกลับมาที่ สถ. เพื่อประกาศผล ดังนั้นในส่วนที่ สถ. เกี่ยวข้อง จะต้องไปไล่ดูว่ามีใครที่อยู่ในกระบวนการนี้บ้าง และต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีข้าราชการของ สถ. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีข้าราชการเกี่ยวข้องจริงก็จะต้องจัดการทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตนอยากขอให้รอข้อมูลให้ออกมาชัดเจนกว่านี้อีกครั้ง ส่วนผลสอบจะเป็นอย่างไร หรือคนที่เข้าสู่กระบวนการสอบแล้วมีการจ่ายเงินจะมีความผิดอย่างไรนั้น ขอให้ใจเย็น ๆ และรอข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อน

ส่วนกรณีการจ้างมหาวิทยาลัยในการออกข้อสอบนั้น นายวรศิษฎ์ ระบุว่า เท่าที่จำไม่ผิด น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

สำหรับรายงานเบื้องต้นที่ว่าการทุจริตดังกล่าวมีมาตั้งแต่ปีใดนั้น รมช. มหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่ขอก้าวล่วงในเรื่องของอดีต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในการสอบครั้งนี้ จากข้อมูลตามกระแสข่าวระบุว่ามีตัวเลขผู้เกี่ยวข้องอยู่ที่ประมาณ 3,000 คน แต่ในข้อเท็จจริงตนเชื่อว่ามีมากกว่านั้น ส่วนจะตรวจเจอเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่จะปรากฏในอนาคต ขณะที่จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมดในครั้งนี้มีจำนวนหลักแสนคน

เมื่อถามย้ำว่า สามารถระบุได้หรือไม่ว่ากระบวนการทุจริตเกิดขึ้นในขั้นตอนการสอบหรือขั้นตอนใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากในเชิงข้อเท็จจริงต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนก่อน เรื่องนี้มีกระบวนการที่ซับซ้อนมาก หากข้อมูลยังไม่นิ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดไปก่อน ขอให้รออีกสักพัก ข้อมูลต่าง ๆ น่าจะทยอยเปิดเผยออกมา

เมื่อถามต่อว่าจะมีการขยายผลการตรวจสอบไปถึงโรงเรียนนายอำเภอด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่ในส่วนของตนที่รับผิดชอบดูแล สถ. นั้น ยืนยันว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้เรียบร้อย

ส่วนคำถามที่ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะรูปแบบการสอบแบบรวมศูนย์ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า วิธีการจัดสอบนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ รูปแบบแรกคือการปล่อยให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดการเอง ซึ่งรูปแบบนี้ก็จะมีปัญหาอีกแบบหนึ่ง ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการจัดสอบแบบรวมศูนย์ ซึ่งปัจจุบันมีการแบ่งการจัดสอบออกเป็น 10 ศูนย์ แต่รูปแบบนี้ก็พบว่ามีปัญหาในอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน ดังนั้น ตนต้องบอกว่าช่องทางที่จะทำให้เกิดการทุจริตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้ง 2 รูปแบบ สิ่งสำคัญจึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะมีมาตรการในการป้องกันอย่างไรมากกว่า

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964