“อนุทิน” เบรกคมนาคมอ้างไม่มีงบฯ จ่ายค่าไฟทางหลวง ชี้เรื่องกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา-ย้ำต้องไม่ผลักภาระให้ประชาชน

2026-06-23 18:14 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (71).jpg

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อสงสัยเรื่องการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน โดยระบุว่าขณะนี้กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานให้ทราบอย่างเป็นทางการ เมื่อสื่อมวลชนถามย้ำว่ารัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนต้องแบกรับภาระในส่วนนี้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้แบกรับภาระอย่างเด็ดขาด

ส่วนกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาระบุว่าหากกระทรวงคมนาคมต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟในส่วนนี้เองก็อาจจะรับภาระไม่ไหวนั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการตั้งงบประมาณตามปกติขึ้นมารองรับ แต่ในเวลานี้อย่าเพิ่งด่วนสรุปถึงวิธีการแก้ปัญหา เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบพบว่าประชาชนต้องเป็นผู้รับภาระในเรื่องนี้จริง รัฐบาลก็พร้อมจะเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าการสั่งตรวจสอบในครั้งนี้ถือเป็นข้อสั่งการโดยตรงจากนายกรัฐมนตรีเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้มีจุดที่น่าสงสัยหรือมี “เอ๊ะ” นิดนึง แต่อยู่ที่มุมมองและการหยิบยกขึ้นมาอ้าง โดยที่ผ่านมาทางการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคระบุว่าได้แบกรับภาระค่าไฟสาธารณะทั้งหมดไว้เอง ซึ่งในตอนนั้นตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่ไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน จึงทำได้เพียงตั้งคำถามว่า หากแบกรับภาระแล้วทำไมยังมีผลกำไร และเหตุใดถึงต้องไปแบกรับภาระในส่วนนั้น เนื่องจากตอนนั้นไม่ได้คุมทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพลังงาน แต่ในวันนี้เมื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลแล้ว คำถามที่เคยสงสัยก็ยังคงอยู่ จึงต้องนำกลับมาตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเรื่องราวข้อเท็จจริงในลักษณะนี้เป็นอย่างไรกันแน่

นายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมด้วยว่า หากค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับกันมานานและเป็นภาระที่ทางไฟฟ้าต้องรับผิดชอบไว้เองอยู่แล้วก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากพบว่ามีการนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาบวกเพิ่มในบิลค่าไฟและคิดเงินกับประชาชน ถือเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้อย่างแน่นอนและจะต้องได้รับการแก้ไขทันที สำหรับประเด็นที่ประชาชนตั้งคำถามว่าจะได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลงเมื่อใดนั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการไปแล้วผ่านมาตรการลดค่าไฟสำหรับ 200 หน่วยแรก ซึ่งเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และพร้อมที่จะเคลียร์ทุกข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมให้กระจ่าง

เมื่อสื่อมวลชนถามย้ำว่า ในท้ายที่สุดแล้วการไฟฟ้าทั้งสองแห่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้เองหรือไม่ เนื่องจากกระทรวงคมนาคมอาจไม่มีงบประมาณเพียงพอ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้เปรียบเสมือนลักษณะกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา ซึ่งในทางบัญชีไม่ได้เป็นการนำเงินของประชาชนมาจ่าย แต่เป็นโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่ถูกกำหนดมานานกว่า 30-40 ปีแล้ว โดยในอนาคตหากมีการกำหนดให้กรมทางหลวงเป็นผู้จ่าย กรมทางหลวงก็มีหน้าที่ต้องตั้งงบประมาณมารองรับตามขั้นตอน ไม่ใช่จะมาอ้างว่าไม่มีเงิน แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดก่อน พร้อมกับย้ำคำเดิมว่ารัฐบาลจะไม่ผลักภาระไปให้ประชาชนอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาระบุว่าในขณะนี้ยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและจำเป็นต้องขอตรวจสอบอีกครั้งนั้น นายกรัฐมนตรีได้ตอบประเด็นนี้เพียงสั้น ๆ ว่า ที่นายเอกนัฏออกมาพูดเช่นนั้น เป็นเพราะได้รับ “น้องเอ๊ะ” หรือข้อสงสัยนี้ต่อมาจากตน และเมื่อถามย้ำถึงมาตรการเยียวยาสำหรับประชาชนที่อาจต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้มาเป็นเวลานาน นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาในปัจจุบันให้ลุล่วงก่อน เนื่องจากภารกิจหลักของรัฐบาลคือการพัฒนาประเทศ ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ และดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด ซึ่งหากมีมาตรการใดที่จะสามารถช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้ รัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการในทุกช่องทางอย่างเต็มที่

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964