ครม. ไฟเขียวโครงสร้างตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เคาะค่าโดยสารร่วมสูงสุดไม่เกิน 45 บาท เลิกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน นั่งข้ามสายไม่บวกเพิ่ม

2026-06-23 19:15 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (87).jpg

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงปัญหาอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่มีราคาแพงและต้องจ่ายค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เนื่องจากมีผู้ให้บริการหลายรายและโครงสร้างค่าโดยสารของแต่ละสายถูกกำหนดแยกกันตามสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐกับเอกชน ทำให้ประชาชนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นอย่างมาก

ดังนั้น เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จึงมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เดิม เรื่องมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย (ระยะที่ 2) พร้อมทั้งยกเลิกการมอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. เป็นผู้พัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) โดยเปลี่ยนมามอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาหาหน่วยงานที่เหมาะสมในการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางแทน พร้อมทั้งดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม พ.ศ. ... ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 นี้

สำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ ครม. รับทราบนั้น ประกอบด้วย 3 หลักการสำคัญ คือ 1. กำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ซึ่งรวมอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิม 17 บาทไว้แล้ว โดยจะครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้หากค่าโดยสารตามระยะทางจริงไม่เกิน 45 บาท ก็ให้จัดเก็บตามจริง และจะไม่มีการจัดเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน โดยกำหนดให้จัดเก็บที่สถานีต้นทางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น 2. กำหนดให้ใช้บัตร EMV Contactless Card ในการชำระค่าโดยสาร และ 3. จัดให้มีอัตราค่าโดยสารราคาพิเศษสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ รวมถึงผู้ด้อยโอกาส

นอกจากนี้ ครม. ยังได้รับทราบมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ปี 2568 ที่เห็นชอบให้มีการปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบองค์รวม โดยกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานภาครัฐเพียงรายเดียวที่จะทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าในภาพรวมทั้งหมด ตลอดจนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการรับโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง รวมถึงบริหารจัดการรายได้และภาระหนี้สินของโครงการดังกล่าวต่อไป

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964