ยกระดับสิทธิมนุษยชนไทย! ครม. สั่งเบรกสินค้านำเข้าพัวพันแรงงานบังคับ กางเกณฑ์เข้มสแกนตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางวัตถุดิบ

2026-06-23 19:26 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (92).jpg

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ในการกำหนดหลักเกณฑ์สินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการใช้แรงงานบังคับ

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาทางการค้า และเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน ครม. จึงมีมติอนุมัติใน 2 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย 1. รับทราบผลการไต่สวนประเทศไทย และ 2. เห็นชอบให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทำหน้าที่เป็นประธาน ซึ่งจะมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการวางมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาการนำเข้าสินค้าที่มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ให้สอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO) ตลอดจนมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารรับรองสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยง รวมถึงการเสนอบัญชีรายชื่อเฝ้าระวังและบัญชีดำ (Watchlist/Blacklist) หรือบัญชีรายชื่อสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ (Risk List) เพื่อเสนอต่อ ครม. ต่อไป

สำหรับมาตรการดังกล่าว ถือเป็นมาตรการรูปธรรมที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์ในครั้งนี้จะก่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับ 1) มาตรฐานสากลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน คือ หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) ที่มุ่งเน้นการตรวจสอบและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางของวัตถุดิบไปจนถึงผู้ส่งมอบ และ 2) หลักการของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ. 1930 (C29) พิธีสาร ค.ศ. 2014 ส่วนเสริมอนุสัญญา ฉบับที่ 29 (P29) และอนุสัญญา ฉบับที่ 105 ว่าด้วยการยกเลิกแรงงานบังคับ ค.ศ. 1957 (C105) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีทั้งของสหประชาชาติ (UN) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ เปิดเผยต่อไปว่า หลังจากที่ ครม. มีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964