
วันนี้ (29 มิ.ย. 2569) เวลา 08.30 น. พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ ได้ร่วมกันแถลงถึงความพร้อมของพรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
โดย นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า ทางพรรคได้จัดเตรียมขุนพลผู้อภิปรายไว้พร้อมแล้ว ทั้งนี้เมื่อมองภาพรวมการจัดงบประมาณปีนี้ แม้ฉากหน้าจะดูเหมือนว่ามีการจัดสรรที่ดีขึ้น แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดกลับพบว่าเป็นเพียงการจัดงบเพื่อตามล้างตามเช็ดปัญหาในอดีตเท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ งบลงทุนในหลายส่วนถูกหั่นลดลง โดยเฉพาะงบที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น งบสร้างถนน หรือการสร้างอาคารราชการขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น ทว่ากลับไปเพิ่มในส่วนของงบรายจ่ายประจำหรือเงินบำนาญ ซึ่งเป็นรายจ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายอยู่แล้ว และในอดีตอาจเคยใช้เงินคงคลังสำรองจ่ายไปก่อนจนต้องนำงบประมาณมาชดเชยในภายหลัง ดังนั้น ภาพรวมจึงเป็นเพียงการตามแก้ปัญหาเดิม ๆ แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาใหญ่และขาดหายไปคือการลงทุนที่จำเป็นอย่างแท้จริง เช่น ในภาคการเกษตรที่ยังไร้เงาการลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ซึ่งเป็นปัญหารากลึกมานาน รวมถึงงบประมาณด้านการจัดการภัยพิบัติ การรับมือไฟป่า และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 30% โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เดิมทีมีโครงการโดยตรงเพียง 30 กว่าโครงการ แต่ปีนี้กลับเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 โครงการ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พรรคจะเกาะติดอภิปราย รวมถึงประเด็น “เงินนอกงบประมาณ” อย่างกรณี TH-AI Passport ที่ใช้เงินจากกองทุน DE โดยพรรคประชาชนจับตาว่า งบประมาณปี พ.ศ. 2570 อาจจะดูดีในภาพรวม แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่คือเงินนอกงบประมาณที่มีขนาดใหญ่โตกว่าเงินในระบบงบประมาณเสียอีก
ขณะที่ น.ส. ศิริกัญญา กล่าวเสริมว่า พรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 30 คน ซึ่งจะกระจายกำลังกันสับเปลี่ยนหมุนเวียนอภิปรายในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ ทั้งเรื่องงบรายจ่ายลงทุนที่ถูกหั่นลด และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้รับเหมาที่เป็นผู้ดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ส่วนงบประมาณของกองทัพนั้น มองว่าแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่รัฐบาลก็มีแนวทางที่จะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องอัดฉีดงบประมาณเพิ่ม อย่างไรก็ตาม พรรคยังไม่เห็นว่างบประมาณปี พ.ศ. 2570 จะสะท้อนยุทธศาสตร์ในการดำเนินนโยบายหลักของรัฐบาลเท่าที่ควร เนื่องจากโครงการที่เป็นรูปธรรมหลายโครงการที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ กลับถูกลดขนาดลงเมื่อนำมาปฏิบัติจริง เช่น โครงการอาสาพยาบาล หรือโครงการพลทหารอาสาที่เดิมทีเคยตั้งเป้าไว้หลักแสนคน แต่ท้ายที่สุดกลับเหลือเพียง 25,000 คนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนของงบประมาณด้านความมั่นคง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พบว่าปีนี้ไม่มีแผนบูรณาการชายแดนใต้แล้ว อีกทั้งงบประมาณยังถูกปรับลดลง ซึ่งจะต้องติดตามตรวจสอบต่อไปว่าถูกตัดลดในส่วนใด
ด้าน น.ส. ศิริกัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า งบประมาณปี พ.ศ. 2570 สะท้อนให้เห็นถึงแผลเรื้อรังที่กัดเซาะงบประมาณไทยมาอย่างยาวนาน และถือเป็นความโชคร้ายของรัฐบาลชุดนี้ที่ต้องเข้ามาแบกรับ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลเองก็ยังไม่มีแนวทางหรือทางออกที่จะพากระโดดออกจากวงจรนี้ได้ ปัญหาที่เห็นเด่นชัดคือรายจ่ายประจำที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับรายจ่ายลงทุนที่ถูกปรับลดลง อีกทั้งการขาดดุลงบประมาณในปีนี้ยังอยู่ในระดับที่สูงมาก จนส่งผลให้หน่วยรับงบประมาณถึง 70% ต้องเผชิญกับการถูกตัดลดงบประมาณลงไป ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปอภิปรายไล่เลียงรายละเอียดอย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลา 3 วันเต็มของการอภิปราย
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964