“เสรีพิศุทธ์” แฉนอกสภา! อัดยับงบปี 70 เอื้อพวกพ้อง ฉะประธานเอนเอียงขวางอภิปรายปมโยง “อนุทิน-เนวิน”

2026-06-29 17:54 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (44).jpg

วันนี้ ( 29 มิ.ย. 69 ) ที่รัฐสภา พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีที่รัฐบาลแถลงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยชี้ว่าการแถลงงบประมาณมีความสำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องใช้เงินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีกลับไม่มาเข้าร่วมและให้รองนายกรัฐมนตรีมาแถลงแทน ทั้งนี้ พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ ระบุว่าตามหลักเกณฑ์ในการขอนบประมาณจะมีนโยบายอยู่ 7 ประการ แต่งบประมาณปี 2570 กลับมีอยู่เพียง 2 ประการเท่านั้น คือ 1. ทำตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ และ 2. ความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ แผนพัฒนาประเทศ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความเป็นธรรมต่อสังคม ซึ่งในข้อที่สองนี้รัฐบาลไม่ได้ให้ความใส่ใจเท่าที่ควร

พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ มองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีมาหลายสมัย ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ไม่ใช่เพิ่งมาเป็นในสมัยนี้ ซึ่งการกระทำในอดีตถือเป็นเครื่องชี้เจตนาว่าบริหารประเทศชาติอย่างไร มีความสุจริตเที่ยงธรรมหรือมีพฤติการณ์ทุจริตหรือไม่ โดยตนเองได้อภิปรายในทำนองนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า หากทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของตนเองย่อมไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เล่าว่า ในการอภิปรายตนได้หยิบยกคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวหานายอนุทิน เรื่องการฮั้ว สว. ขึ้นมาเป็นเรื่องแรก ซึ่งทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงทันที โดยหาว่าตนพูดนอกเรื่อง และนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร (ในขณะปฏิบัติหน้าที่) ก็เห็นด้วยและมองว่านอกเรื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าไม่ได้นอกเรื่องเพราะจำเป็นต้องให้เห็นถึงพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ว่ามีพฤติกรรมการบริหารอย่างไร หากไม่มีความสุจริตจะบริหารประเทศได้อย่างไร ตนจึงนำข้อมูลที่เตรียมจะอภิปรายในห้องประชุมสภามาเปิดเผยกับสื่อมวลชนภายนอกแทน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอภิปรายเพียงเท่านี้ก็ถูกนายศุภชัยประท้วงและประธานสภาก็เห็นพ้องด้วยแล้ว

ลายน้ำ (13).jpg

“ประธานไม่ได้เรียนกฎหมายอย่างผม เป็นครูมาก็ไม่เข้าใจ ถูกผมต่อว่าตั้งแต่ครั้งที่แล้วแล้ว คราวนี้ก็มาตัดสินว่าผมไม่ควรพูด ผมไม่ควรพูดได้ยังไง ในเมื่อพฤติกรรมฟ้องเจตนา ประธานก็ไม่ยอมให้ผมพูด ผมก็ถามประธานว่าคนประท้วงก็คนของพรรคภูมิใจไทย ประธานก็พรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า ก็ใช่ จิตใจพฤติกรรมก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเอนเอียง แต่บอกว่าเขาไม่เอนเอียงซื่อตรงซื่อสัตย์ก็ไม่เป็นไร ไม่ยอมให้ผมพูดขัดขวาง เพราะผมจะพูดต่อไปอีกเยอะแยะถึงพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี เมื่อพูดในสภาไม่ได้ก็มาพูดข้างนอก” พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงที่รัฐบาลรักษาการหรือเป็นรัฐบาลชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน ไม่ควรที่จะพิจารณาอนุมัติงบประมาณใดๆ แต่กลับมีการอนุมัติงบประมาณสูงถึง 4,000 ล้านบาท ไปให้นายเนวิน ชิดชอบ เพื่อจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ (มอเตอร์ไซค์) ซึ่งคิดเป็นเงินปีละ 800 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้ตั้งคำถามเปรียบเทียบว่า ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกไม่มีงบประมาณสนับสนุนจนต้องให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการแทน รัฐบาลรู้สึกอายเอกชนบ้างหรือไม่ ที่นำเงินงบประมาณไปทุ่มเทให้กับพวกพ้องของตนเองในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ในช่วงเลือกตั้งยังมีการโยกย้ายข้าราชการ โดยย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง และมีการสั่งให้เลือกพรรคการเมืองสีน้ำเงิน จนกระทั่งมีคดีความฟ้องร้องกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งเรื่องนี้ในสภาก็ไม่ยอมให้ตนพูด และเมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้นก็มีการจัดตั้งรัฐบาลพรรคต่างๆ และบริหารงบประมาณไปเลย จึงทำให้ได้งบประมาณที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้อง ดังนั้น คณะรัฐมนตรีรวมถึงพี่น้องประชาชนและข้าราชการจะต้องมีอุดมการณ์เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในการบริหารประเทศ ซึ่งรัฐบาลควรทำตัวเองเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ในปัจจุบันกลับทำตรงกันข้ามในทุกเรื่อง

“ผมอภิปรายงบประมาณเพื่อต้องการที่สอน เพราะคุยกับควายไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นก็สู้กันอย่างนี้ถ้ารู้กันอยู่แค่นี้คงไม่พอ จำเป็นที่จะต้องให้สื่อมวลชนสื่อสารกับประชาชนให้รู้ด้วย ว่าขณะนี้บ้านเมืองเป็นยังไง เราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ จะยอมให้คนทุจริตคอรัปชั่นบริหารประเทศหรอ ต้องช่วยกัน” พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวในตอนท้าย

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964