
วันนี้ (29 มิ.ย. 69) ที่รัฐสภา น.ส.ชณัฐดา วรสาร (ครูนิ่ม) เดินทางมายังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบในประเด็นเกี่ยวกับการตรวจสอบ บรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ หลังเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกอันดับที่ 1 กลุ่มวิชาฟิสิกส์ ก่อนถูก สพฐ. แจ้งว่ามีการตรวจข้อสอบใหม่ส่งผลให้ตกไปอยู่อันดับที่ 2 ทั้งที่มีหนังสือเรียกตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการแล้ว โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้รับหนังสือ ซึ่งเมื่อ น.ส.ชณัฐดา เดินทางมาถึง นายอัครนันท์ได้เชิญเข้าไปพูดคุยทันที
นายอัครนันท์ กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือว่า กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยและพยายามแก้ไขปัญหา เข้าใจถึงความรู้สึกของครูนิ่ม ซึ่งเรื่องนี้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กำชับมาว่าต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดีและให้ความยุติธรรม ส่วนแนวทางการเยียวยาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการตรวจสอบก่อน โดยต้องให้กระบวนการตรวจสอบมีความชัดเจนและเป็นที่ยอมรับ ซึ่งอาจต้องนำข้อสอบมากางดู และมีคณะกรรมการที่มีความน่าเชื่อถือมาตรวจสอบ เพื่อให้คุณครูมีความสบายใจว่าการตรวจข้อสอบมีความเป็นกลาง ถูกต้อง และแม่นยำ เพราะถ้ากระบวนการตรวจสอบไม่ถูกต้องหรือมีความไม่ชัดเจน คุณครูก็อาจไม่ยินยอมเพื่อเข้าสู่กระบวนการเยียวยา ดังนั้นขั้นตอนแรกต้องทำให้ได้ก่อน จากนั้นขั้นตอนต่อไปมีอยู่ 2 แนวทาง คือ 1. จะเยียวยาคุณครูอย่างไร จำนวนเงินกี่บาทก็อาจจะไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องมารับ ซึ่งทาง สพฐ. มีแนวทางที่จะนำครูกลับไปสอน ถือเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยได้ และ 2. มีอีกหลายแนวทางให้คุณครูมีทางเลือก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการตรวจสอบในขั้นตอนแรกต้องโปร่งใสและชัดเจนก่อน
เมื่อถามว่า มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าผิดพลาดจากส่วนใด นายอัครนันท์ กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อความรู้สึก พอมีความผิดพลาดเกิดขึ้นทำให้ประชาชนไม่เกิดความเชื่อใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้คุณครูและอีกหลายคนเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบก่อน ถ้าตรวจสอบแล้วมีความผิดพลาดจริง จะเป็นหน้าที่ของ สพฐ. ที่จะเข้ามาช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป
ด้านเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า รัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าเรื่องการบริหารงานบุคคลจะต้องดูแลให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และห้ามมีเรื่องทุจริตอย่างเด็ดขาด พอมีข่าวเกิดขึ้นเราได้ย้ำไปยังผู้อำนวยการเขตการศึกษาทุกคนให้ระมัดระวัง เพราะกำลังจะมีการสอบตำแหน่งครูผู้ช่วยในวาระปกติ แต่ในส่วนของคุณครูนิ่มเป็นกรณีการจัดสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วยในกรณีพิเศษ คือเป็นครูอัตราจ้างมามากกว่า 3 ปีขึ้นไป ซึ่งในอนาคตจะมีการสอบสนามใหญ่ ทั้งสอบผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้อำนวยการเขตการศึกษา ทุกขั้นตอนถือเป็นต้นน้ำของการเจริญก้าวหน้าทางการศึกษาเพราะเราต้องการได้คนดีคนเก่งเข้ามาในระบบอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจึงต้องเร่งตรวจสอบ โดยต้องให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งดำเนินการ เช่น มหาวิทยาลัยที่ทำการออกข้อสอบ ซึ่งมีหลายมหาวิทยาลัยที่มาออกข้อสอบให้กระทรวงศึกษาธิการ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หรือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้นและทำงานอย่างตรงไปตรงมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำว่า ต่อไปนี้จะเลือกใครมาออกข้อสอบต้องพิจารณาให้ดี ซึ่งเรื่องของครูนิ่มหากมีการตรวจสอบแล้วก็จะได้ข้อสรุปและมีทางออกในการดูแลเยียวยาทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะพูดคุยด้วยความเป็นธรรมและไม่มีอคติ

เมื่อถามถึงระเบียบการประกาศรายชื่อว่าสามารถกลับมาแก้ไขย้อนหลังได้หรือไม่ นายพิเชฐ กล่าวว่า ต้องไปดูข้อเท็จจริง เพราะมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นผู้รับผิดชอบการออกข้อสอบและประมวลผลในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการร้องขอจากผู้เข้าสอบรายหนึ่งที่ต้องการขอดูคะแนน และเมื่อตรวจสอบแล้วหากพบว่าคะแนนมีความคลาดเคลื่อน ทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิตจึงได้ประมวลคะแนนใหม่ ส่งผลให้ลำดับมีการเปลี่ยนแปลงและเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อน้อมรับความผิดที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะแก้ไข ปรับปรุง รวมถึงเยียวยาความเสียหาย
นอกเหนือจากนี้ นายอัครนันท์ ได้กล่าวเสริมว่า ระยะเวลาการตรวจสอบต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด จะช้าไม่ได้เพราะคุณครูนิ่มได้ลาออกจากงานเดิมแล้ว คาดว่าภายในเวลา 2-3 สัปดาห์จะต้องมีคำตอบที่ชัดเจน
ขณะที่ น.ส.ชณัฐดา กล่าวว่า ในฐานะผู้สอบ ยืนยันว่าได้ทำตามกระบวนการที่ถูกต้องทุกอย่าง ตั้งแต่ขั้นตอนที่ทางเขตให้ไปสมัครสอบจนถึงการสัมภาษณ์ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบที่ทางเขตได้ประกาศออกมาทั้งหมด ส่วนเมื่อช่วงเช้าที่ได้ไปพูดคุยกับ สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ทางเขตพยายามจะยื่นข้อเสนอและชี้แจงก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในกระบวนการนี้ตนเป็นเพียงผู้สอบ ไม่ได้มีอำนาจหรือรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในขั้นตอนเหล่านั้น ส่วนกระบวนการเยียวยาที่เขาเสนอมา เช่น จะไปทำงานกับเขาหรือไม่ หรือจะให้เขาบริจาคเงินให้กับโรงเรียนที่ต้องการจะไปทำงานด้วยนั้น ทั้งหมดนี้ตนอยากให้มีกระบวนการตรวจสอบที่ถูกต้องก่อน และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับได้ แต่ขอให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ถูกต้องเพื่อให้ความจริงปรากฏตรงนี้ก่อน
เมื่อถามถึงโอกาสที่ต้องเสียไปกับข้อผิดพลาดในครั้งนี้ น.ส.ชณัฐดา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตั้งแต่ที่รับรู้ว่าตัวเองสอบได้ลำดับที่ 1 ก็เตรียมตัวลาออกจากงานเดิมทันที พร้อมทั้งไปติดต่อห้องพักและหอพักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการบรรจุเป็นข้าราชการครู เพื่อที่จะเป็นครูที่ดีและทำหน้าที่แม่พิมพ์ของชาติให้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังได้ตัดชุดข้าราชการเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังได้รับการแสดงความยินดีจากทั้งญาติ พี่น้อง และเพื่อนร่วมงาน รวมถึงทางโรงเรียนเดิมที่ตนได้กล่าวอำลาโรงเรียนไปแล้วด้วย
เมื่อถามถึงกรณีปัญหาการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในขณะนั้นว่ามีความคล้ายคลึงกับปัญหาของตนหรือไม่ น.ส.ชณัฐดา กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีกระบวนการตรวจสอบให้เพื่อความถูกต้องเป็นอันดับแรก ซึ่งตนพร้อมที่จะให้ความยุติธรรมกับทุกคนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องขอให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ถูกต้องเสียก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว รู้สึกอุ่นใจและสบายใจขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดกับเราจะเป็นจริงหรือไม่จริงอย่างไร และท่านก็ยังมีเมตตา มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับครูอัตราจ้างตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเตรียมตัวจะเข้าไปบรรจุเป็นข้าราชการ
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964