
วันนี้ (30 มิ.ย. 2569) ที่อาคารรัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อพูดคุยและรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน โดยระบุจากใจจริงว่า ชาวบ้านทุกคนที่มาพบต่างดีใจจนน้ำตาไหล ซึ่งสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่นั้น มีเป้าหมายสำคัญเพื่อต้องการแยกแยะพื้นที่ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บริเวณไหนเป็นที่ดินของชาวบ้านจริงๆ และบริเวณไหนเป็นของกลุ่มทุน โดยทั้งสองส่วนนี้จะต้องจัดการควบคู่กันไปพร้อมๆ กัน
นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า ตนได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นำป้ายประกาศไปติดในพื้นที่ที่มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตอุทยานฯ เพื่อแจ้งให้รื้อถอนภายใน 15 วัน ซึ่งตนยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ยอมรับการรุกป่าและสั่งให้รื้อถอนทันที เพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมดให้แก่กลุ่มนักอนุรักษ์ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร รวมถึงนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานแห่งชาติ เพื่อแสดงความชัดเจนว่ากระทรวงฯ ไม่ได้มีการปกป้องกลุ่มทุนแต่อย่างใด
ในส่วนของเสียงสะท้อนจากชาวบ้านนั้น ได้มีการขอความเห็นใจจากกลุ่มผู้อนุรักษ์ เนื่องจากในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่ที่เป็นประเด็นขัดแย้งในปัจจุบันกลายสภาพเป็นถนนคอนกรีต มีทั้งวัดและโรงเรียน ซึ่งตนได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ติดต่อกัน 2 วัน ก็พบว่าทุกพื้นที่แปรสภาพเป็นบ้านเรือนหมดแล้ว ขณะที่พื้นที่ที่เป็นผืนป่าทับลานจริงๆ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1,400,000 ไร่นั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้มีการยกให้ชาวบ้านแต่อย่างใด
นอกจากนี้ นายสุชาติ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลมาชูป้ายประท้วงและตำหนิตนว่า เหตุใดจึงไม่ใช้เส้นแนวเขตสำรวจปี 2543 โดยได้ชี้แจงว่า เส้นแนวเขตสำรวจดังกล่าวได้รับการอนุมัติมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ปี 2564 จำนวนประมาณ 260,000 ไร่ และในช่วงที่ตนเข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ก็ได้ลงนามอนุมัติไปคร่าวๆ อีกประมาณ 150,000 ไร่ เนื่องจากกลุ่มที่มีปัญหามากที่สุดคือกลุ่มที่ 4 ซึ่งตนไม่ได้ยกพื้นที่ให้ และก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ก็ได้เข้าจับกุมรีสอร์ทต่างๆ ที่สร้างรุกล้ำพื้นที่ป่า โดยกลุ่มนี้จำเป็นต้องรอการพิสูจน์สิทธิ์ก่อน จึงน่าจะเป็นสาเหตุให้ชายคนดังกล่าวมาร้องเรียนและท้วงติงตนในเรื่องนี้
นายสุชาติ ระบุว่า ตนเชื่อว่าชายคนที่มาประท้วงน่าจะเป็นคนในกลุ่มนี้ จึงพยายามชูป้ายถามว่าทำไมไม่ใช้เส้นสำรวจปี 2543 ซึ่งในข้อเท็จจริง มติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแบ่งพื้นที่ไว้ทั้งหมด 5 กลุ่มอยู่แล้ว ซึ่งก็ใช้เส้นแนวเขตปี 2543 ทั้งหมด แต่ในส่วนของกลุ่มที่มีปัญหาและมีข้อพิพาทมากที่สุดนั้น ทางเรายังคงชะลอการพิจารณาเอาไว้ก่อน เพื่อรอผลการพิสูจน์สิทธิ์ของชาวบ้านตัวจริง เพราะลำพังแค่การพิสูจน์สิทธิ์ของชาวบ้านก็มีปัญหาและต้องรับแรงปะทะจากทุกฝ่ายอยู่แล้ว หากเราจะดึงดันนำกลุ่มที่มีปัญหาและมีคดีความมากที่สุดเข้ามาพิจารณาด้วย ก็ยิ่งจะทำให้แก้ปัญหาไม่ได้และไปกันไม่รอด
ท้ายที่สุด นายสุชาติ ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือต้องเร่งคืนสิทธิ์ให้แก่ชาวบ้านที่เป็นชาวบ้านตัวจริงให้ได้ก่อน ส่วนบุคคลอื่นที่เป็นกลุ่มทุน ก็ต้องยอมรับความจริงว่ามีเงินทุนมากมายเป็นร้อยล้านบาท เหตุใดจึงไม่ไปกว้านซื้อที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับมาบุกรุกที่ดินป่าไม้ ที่ภูเขา หรือที่ดินอุทยานฯ เพื่อสร้างรีสอร์ท การหวังเอาของฟรีของถูกแล้วมาลงทุนในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการเอาเปรียบสังคมอย่างยิ่ง
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964