
วันนี้ (1 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รุกภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับสายการบิน flydubai ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ (Inaugural Flight) ดูไบ-กรุงเทพฯ ซึ่งเริ่มให้บริการในวันที่ 1 ก.ค. 69 เป็นต้นไป พร้อมต่อยอดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้โครงการ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” ในวันที่ 7 ก.ค. 69 ที่เมืองดูไบ และวันที่ 8 ก.ค. 69 ที่เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางการท่องเที่ยว ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงเข้าสู่ประเทศไทยและตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง
โดย น.ส. ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยในช่วงวันที่ 1 ม.ค. - 21 มิ.ย. 69 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน 188,447 คน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขยายฐานตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับสายการบิน flydubai ในการส่งเสริมตลาด จากการเปิดเส้นทางบินใหม่จากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพจำนวนที่นั่งเครื่องบิน (Seat Capacity) เข้าสู่ประเทศไทย

น.ส. ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า ซึ่งจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 ด้วยความถี่วันละ 1 เที่ยวบิน และมีแผนเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 69 เป็นต้นไป โดยใช้เครื่องบินรุ่น Boeing 737 MAX ให้บริการในเส้นทางดังกล่าว การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยเพิ่มจำนวนที่นั่งใหม่เข้าสู่ประเทศไทยในช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคม - สิงหาคม 2569) ได้มากถึงประมาณ 10,292 ที่นั่ง ช่วยกระตุ้นการเดินทาง และรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเปิดเส้นทางบินไปจนถึงก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง
น.ส. ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า หลังการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ ททท. เตรียมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้โครงการ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” ในวันที่ 7 ก.ค. 69 ที่เมืองดูไบ และวันที่ 8 ก.ค. 69 ที่เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและสร้างการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงาน ททท. จัดเวทีเจรจาธุรกิจ นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 40 ราย พบปะสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจโดยตรงกับผู้ประกอบการและบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในพื้นที่

น.ส. ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า ตลอดจนประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ด้านบวก ตอกย้ำความแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทย พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพของไทยเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นกลุ่มกระแสหลักของภูมิภาค ได้แก่ กลุ่มเดินทางเพื่อการพักผ่อน, กลุ่มครอบครัวชาวอาหรับ, กลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ, กลุ่ม MICE และกลุ่มองค์กร โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจจากทั้งสองเมืองรวมไม่น้อยกว่า 900 นัดหมาย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและผลักดันการเดินทางสู่ประเทศไทยในระยะยาว
น.ส. ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางโดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่มีกำลังซื้อและนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศหลายครั้งต่อปี โดยประเทศไทยยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาว UAE จากความพร้อมของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานระดับสากล สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพได้อย่างครบถ้วน นักท่องเที่ยวจาก UAE มีการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 100,000 บาทต่อคนต่อทริป พำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 10-12 คืน นิยมเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตหรู รวมถึงมักเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (Re-visit) สูงถึงร้อยละ 65 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวและบริการของไทย อีกทั้งยังเป็นตลาดที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี

น.ส. ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาว UAE กำลังเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนทั่วไป ไปสู่การแสวงหาประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคลยิ่งขึ้น โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การท่องเที่ยวระดับลักชัวรี (Luxury Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Preventive Healthcare) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) การท่องเที่ยวแบบ Family Holidays การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การชอปปิง ตลอดจนการท่องเที่ยวในเมืองน่าเที่ยวต่าง ๆ ที่มอบประสบการณ์ใหม่และแตกต่างจากจุดหมายปลายทางกระแสหลัก ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่จาก UAE ยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ความยั่งยืน และการออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล (Personalized Experience) มากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาและนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดคุณภาพกลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนในระยะยาว
น.ส. ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ควบคู่กับการดำเนินโครงการ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” ในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดตะวันออกกลาง ทั้งยังเป็นกลไกหลักในการขยายโอกาสทางการค้าและสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งให้แก่ภาคเอกชนไทย ซึ่งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับสายการบินชั้นนำในครั้งนี้ จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียมที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวตอบโจทย์กลุ่มคุณภาพ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืนต่อไปในอนาคต
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964