
วันนี้ (7 ก.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราการท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศตัดสิทธิ์รายชื่อผู้สอบจำนวน 5,000 ราย โดยนายวรศิษฎ์ชี้แจงว่า จากที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงผลการสุ่มตรวจและการจับคู่ไฟล์กระดาษคำตอบ แล้วพบว่ามีข้อมูลไม่ตรงกันในหลายส่วน จึงได้มีการตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติม โดยได้ทำการตรวจสอบในกลุ่ม 15,000 รายชื่อแรก ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และเป็นกลุ่มที่มีการเรียกเข้าไปบรรจุเป็นข้าราชการเรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า ผลคะแนนที่มีการประกาศออกมากับไฟล์กระดาษคำตอบมีความไม่ตรงกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งพบจำนวนที่ไม่ตรงกันมากถึง 5,000 คน
ทั้งนี้ หลังจากนี้จะทำการสรุปข้อมูลทั้งหมดเพื่อดำเนินการส่งต่อใน 3 ส่วน คือ 1. ส่งข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี 2. ส่งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กับคณะกรรมการที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานดูแล และ 3. แจ้งไปยังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งเป็นคณะควบคุมการสอบ พร้อมทั้งแจ้งไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการการสอบและเป็นผู้ประกาศผลสอบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวนรายชื่อทั้งหมด 15,000 รายนั้น เป็นกลุ่มเดียวกันกับ 3,000 รายก่อนหน้านี้ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบหลักฐานหรือไม่ นายวรศิษฎ์ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของทาง ป.ป.ช. ในการดำเนินการตรวจสอบ ส่วนในแง่ของการตรวจสอบนั้น ได้มีการนำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มาเปรียบเทียบกันหรือไม่ เนื่องจากทาง มศว ยืนยันว่าข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ไม่ได้มีการแก้ไข และเป็นข้อเท็จจริงตามที่ประกาศสอบเลย นายวรศิษฎ์ตอบกลับว่า เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ ป.ป.ช. จะต้องไปดำเนินการทำต่อ เนื่องจากทางกรมฯ ไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องส่งข้อมูลดังกล่าวให้ทาง ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภาพใหญ่และขอบเขตอำนาจกว้างกว่าเรา
ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า ข้อมูลจากแฟลชไดรฟ์ของ มศว เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ของ สถ. ที่มีการตรวจสอบ ณ ขณะนี้ อาจจะไม่ตรงกันหรือไม่ นายวรศิษฎ์ระบุเพิ่มเติมว่า ทางเราทำการตรวจสอบเฉพาะในสิ่งที่มีอยู่ในมือเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบกรณีนี้เป็นพิเศษ ว่าไม่มีอำนาจในการเรียกข้อมูลจากทาง ป.ป.ช. มาตรวจสอบได้เลยหรือ ซึ่งนายวรศิษฎ์ย้ำคำเดิมว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบ ซึ่งทางเราไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงได้ โดยในส่วนของคณะตรวจสอบของฝ่ายเรานั้น มีทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงภาคีร่วมตรวจสอบ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ ป.ป.ช. เข้าร่วมด้วย แต่ก็ไม่มีอำนาจที่จะนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกัน จึงต้องเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินกระบวนการต่อ
สำหรับรายชื่อจำนวน 5,000 รายที่มีความผิดปกติในกระดาษคำตอบนั้น จะต้องถูกนำไปทำการตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งหากท้ายที่สุดพบว่ามีความผิดจริง ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์ แต่ในปัจจุบันบุคคลเหล่านี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยขอให้รอผลสรุปจากทาง ป.ป.ช. เสียก่อน ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยที่เพิ่งตั้งขึ้นไป และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของนายกรัฐมนตรี โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อจำนวน 5,000 คนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหลังจากที่ ป.ป.ช. มีมติผลการสอบสวนออกมาแล้ว ซึ่งหากบุคคลใดเข้ารับราชการไปเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถทำการเพิกถอนได้ เนื่องจากถือว่าการกระทำความผิดนั้นได้สำเร็จไปแล้ว ส่วนเรื่องของการจะเรียกคืนเงินเดือนที่จ่ายไปแล้วหรือไม่นั้น จะต้องไปพิจารณาดูข้อมูลและข้อกฎหมายต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีที่ทาง มศว ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงและเปิดช่องโหว่ของการจัดสอบ โดยพบว่าในขอบเขตของงาน (TOR) มีการกำหนดให้ต้องส่งคะแนนไปและกลับถึงสองครั้ง ซึ่งจุดนี้อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการทุจริตสอบได้นั้น ได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ระบุทิ้งท้ายว่า คนที่จะให้คำตอบในเรื่องนี้ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย แต่ต้องเป็น ป.ป.ช. และไม่ใช่ตนเองที่จะเป็นคนตอบเรื่องนี้
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964