
วันนี้ (7 ก.ค. 69) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน “2 ปีวุฒิสภา ภารกิจเพื่อประชาชน” โดยได้เริ่มต้นบอกเล่าถึงจุดประสงค์ของการจัดงาน พร้อมไล่เลียงผลงานของวุฒิสภาตลอดสองปีที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถามข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ
โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความคาดหวังในการวางรากฐานของวุฒิสภาชุดต่อไปรวมถึงรากฐานสภาของประเทศ ซึ่งนายมงคล กล่าวว่า คือการทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เต็มความรู้ความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อประเทศชาติ และร่วมกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ส่วนประเด็นคำถามจากฝ่ายค้านที่มองว่าการทำงานของวุฒิสภายังไม่ตอบโจทย์ ไม่เป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชน รวมถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องระบอบวุฒิสภาสีน้ำเงินนั้น นายมงคล ชี้แจงว่า สิ่งที่ สว. ต้องยึดหลักในการทำงานคือ ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญ ระเบียบ และกฎหมายกำหนดเอาไว้ ทั้งนี้คนเราย่อมมีความเห็นต่างกันได้ และความเห็นของทุกคนก็ไม่จำเป็นจะต้องถูกต้องเสมอไป มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดีปะปนกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของโลกมนุษย์ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ปัญหาต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นเรื่อย ๆ และความคิดเห็นก็ไม่มีวันตรงกันอย่างเด็ดขาด ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ยึดมั่นในกฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ หากทำผิดไปจากระเบียบกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ก็ถือเป็นการกระทำที่มิชอบและไม่นำพาไปสู่ความสำเร็จ
เมื่อถามต่อว่า คดีทุจริตเลือก สว. (ฮั้ว สว.) ทำให้สูญเสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า ตนเองขอไม่แสดงความคิดเห็น เนื่องจากตนเติบโตมาเยอะแล้วจึงต้องมีความหนักแน่นและมั่นคง เรื่องนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะไม่มีการก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ หน้าที่ใครทำอะไรก็ทำไป ส่วนตนก็ทำหน้าที่ของตนเองตามกฎหมายที่มีอยู่ ยืนยันว่าหากใครจะมาตรวจสอบก็ให้ทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็แล้วแต่
สำหรับผลงานที่รู้สึกภูมิใจที่สุดและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด นายมงคล ระบุว่า เป็นผลงานในการดูแลพี่น้องเกษตรกร และสิ่งสำคัญที่ตนเองยึดมั่นคือการวางตัวเพื่อรักษาความเป็นกลาง พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ทุกคนมีอิสระ มีเอกสิทธิ์ และมีความคิดที่เท่าเทียมกันภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้ ส่วนผลจะออกมาอย่างไรรวมถึงมติก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย ขณะที่ พลเอก เกรียงไกร กล่าวเสริมในประเด็นนี้ว่า ตนถือว่าวุฒิสภาได้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนได้ในส่วนหนึ่ง แม้จะไม่ทั้งหมด แต่อยู่ในหน้าที่การกำกับดูแลบริหารราชการแผ่นดิน ผ่านโครงการพบประชาชนที่ สว. ได้เดินทางลงพื้นที่ท้องถิ่น
ส่วนกรณีที่มีข้อซักถามว่า วุฒิสภาชุดนี้ได้เลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาแล้วถึง 4 คนจาก 7 คน ซึ่ง กกต. จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบคดีฮั้ว สว. จะทำให้กลายเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นายมงคล ยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตนและรองประธานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์รู้จักเป็นการส่วนตัว และจะไม่มีวันเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงอย่างแน่นอน เพราะทำไม่ได้และจะไม่ทำด้วย
เมื่อถามถึงปัญหาทางการเมืองที่รุมเร้า สว. ในขณะนี้ ว่าเป็นปัญหากวนใจในการทำงานตามเจตนารมณ์เดิมหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า มองเป็นเรื่องปกติ เพราะกว่าจะเติบโตมาจนถึงขนาดนี้ก็โดนมาเยอะ ไม่มีใครรู้ตัวเราดีเท่าตัวเราเอง สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือความเคารพในตัวเองว่าทำไปเพื่ออะไร คนอื่นจะมองอย่างไรก็มองได้ การจะทำอะไรให้ถูกใจทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ แต่เสียงที่สะท้อนกลับมาไม่ว่าดีหรือร้ายคือคำตอบที่เราต้องน้อมรับฟัง นำมาคิด ปรับปรุงแก้ไข แต่ไม่ใช่เอามาเป็นสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจ
ด้าน พลเอก เกรียงไกร กล่าวว่า ตนเองยังมีกำลังใจดี บนโลกใบนี้เราไปห้ามความคิดใครไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเห็นนั้นใช่สิ่งที่เป็นจริงหรือไม่ เราอย่าเห็นแค่ในสิ่งที่เราอยากเห็น แต่จงมองในสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้วจะแก้ไขปัญหาได้ บางคนอาจบอกว่าเรื่องฮั้ว สว. มารวนใจ แต่ตนยืนยันว่าเราต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อคำตัดสินออกมาอย่างไรก็น้อมรับ ไม่มีการตะแบงแน่นอน "เอฟซีใครเอฟซีมัน" ตนเองได้รับกำลังใจมากมาย ชีวิตที่ผ่านมาถือว่าดีอยู่แล้ว เคยเป็นทหาร เป็นแม่ทัพ ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ที่ก้าวเข้ามาเป็น สว. เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะเป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ ก็ตาม ทั้งนี้ในระบบประชาธิปไตย ยืนยันว่าต้องรับฟังเสียงสะท้อนกลับมาทั้งบวกและลบ เราเคารพการตัดสินของมติเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็จะไม่ละเลยหรือเพิกเฉยต่อเสียงส่วนน้อยเช่นกัน
พร้อมกันนี้ พลเอก เกรียงไกร ยังได้กล่าวติดตลกทิ้งท้ายว่า ”ผมกราบขอโทษสื่อมวลชนที่จัดงานล่าช้า ผมกราบขอโทษสื่อมวลชนนะ ไม่ใช่กราบลูกเทพอย่างเดียว เพราะเป็นคนแบบนี้ ผมยกมือไหว้นักข่าวทุกคน ไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กตัวน้อย ทุกคนบอกว่าอยากให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน แต่ในเวลาปฏิบัติ บางทีมันไม่ใช่ บางทีมันมองคนละมุม ก็ฝากสื่อมวลชนด้วยว่าผมกราบขอโทษด้วย“
ด้านข้อครหาที่ว่า สว. ชุดนี้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองและคอยรับฟังคำสั่ง นายมงคล กล่าวปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า ไม่มี สว. ทุกคนมีเอกสิทธิ์ของตัวเอง ตนเองไม่เคยไปสั่งใคร และไม่เคยได้รับคำสั่งจากใครเพื่อมาสั่งต่อเช่นกัน ทุกคนทำงานตามหน้าที่ของตนเองหน้าที่ตัวเอง
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964